บล็อกข่าวสารสาระ เรื่องราวในแวดวงทหารและตำรวจ

บ.ทอ.6 (RTAF 6) ไม่ใช่ก้าวแรก แต่เป็นก้าวใหม่กับการเริ่มวิจัยพัฒนาผลิตเครื่องบินเพื่อใช้งานเองอีกครั้ง โดยกองทัพอากาศ

ความเป็นมาของโครงการเปิดสายการผลิต บ.ทอ.6 ระยะที่ 1 
โดยเริ่มต้นเมื่อ
ทีมดูและ บ.ทอ. 6 ณ กองซ่อมอากาศยานที่ 1 กรมช่างอากาศ ตาคลี

พลอากาศเอก ประจิน จั่นตอง ผู้บัญชาการทหารอากาศ เป็นประธานในพิธีเปิดสายการผลิต บ.ทอ.6 ระยะที่ 1 โดยมี พลอากาศโท บุญสืบ ประสิทธิ์ เจ้ากรมช่างอากาศ ให้การต้อนรับ เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2557 ณ กรมช่างอากาศ บางซื่อ
กรมช่างอากาศ มีขีดความสามารถในการวิจัย พัฒนา และสร้างเครื่องบินเพื่อใช้งาน โดยเฉพาะเครื่องบินฝึก/ธุรการ ซึ่งได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง จนมีผลงานวิจัยที่สามารถพัฒนาเข้าสู่สายการผลิตได้
คือ บ.ทอ.6

ยุทธศาสตร์กองทัพอากาศ ปี 2551 – 2562 (ฉบับปรับปรุงปี 2552)
ประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 4 การรักษาผลประโยชน์แห่งชาติ
ได้กำหนดกลยุทธ์ให้มีการสร้างเครือข่ายความร่วมมือเชิงวิจัยและพัฒนากิจการการบินและอุตสาหกรรมการบิน และกิจการเกี่ยวข้องเนื่องในด้านการบินของประเทศ
นโยบายผู้บัญชาการทหารอากาศ ปี 2556 นโยบายเร่งด่วน
ข้อ 9 นำผลการวิจัยและพัฒนา บ.ทอ.6 เข้าสู่สายการผลิต เพื่อใช้เป็นเครื่องบินฝึก/ธุรการ และพิจารณาการติดตั้งกล้องพร้อมระบบ Video Down Link (VDL) ที่ได้จากการวิจัย
เพื่อให้สามารถใช้เป็นเครื่องบินลาดตระเวนทางอากาศ ของกองทัพอากาศ และต่างเหล่าทัพในอนาคตโดยจัดให้มีแผนดำเนินการอย่างต่อเนื่อง
โครงการผลิต บ.ทอ.6 จำนวน 25 เครื่อง โดยในระยะที่ 1 ปี 2557 – 2559 จะดำเนินการผลิต จำนวน 3 เครื่อง

เมื่อ พ.ศ.2554 กรมช่างอากาศ ทำการทดสอบเครื่องยนต์ที่ได้รับการติดตั้งกับเครื่องบินแบบ บ.ทอ.6
ซึ่งพัฒนามาจากพื้นฐานของเครื่องบินฝึกแบบที่ 15 SF-260 MT ซึ่งใช้เครื่องยนต์ลูกสูบ และ บ.ชอ.2 นับว่าเป็นผลสำเร็จในระดับที่น่าพึงพอใจ
โครงการ บ.ทอ.6 ออกแบบพัฒนามาพร้อมกับ โครงการ บ.ชอ. 2 มาตั้งแต่ปี 2549
บ.ชอ.2

โครงการ บ.ทอ.6 เป็นโครงการที่สอง ของกรมช่างอากาศ
ที่ดำเนินการพัฒนาสร้างอากาศยานต้นแบบเรียกว่า “โครงการเครื่องบินกองทัพอากาศแบบที่ 6 หรือ บ.ทอ.6”
โดยเลือกใช้เครื่องยนต์ Turbo Prop และใช้พื้นฐานประสบการณ์และความรู้จากการสร้างเครื่องบิน บ.ชอ.2
ซึ่งเป็นโครงการที่หนึ่งดังที่กล่าวข้างต้น มาดำเนินการ สำหรับโครงการ บ.ทอ.6 นี้
ได้รับการบรรจุเป็นงานวิจัยและพัฒนาทางทหาร ของสำนักงานวิจัยและพัฒนาการทหารกลาโหม
พร้อมทั้งได้รับงบประมาณสนับสนุนจำนวน 36.7 ล้านบาท

บ.ทอ.6 ได้รับการติดตั้งเครื่องยนต์ Turbo Prop Allison 250 ให้แรงขับ 420 แรงม้า ติดตั้งใบพัด 3 กลีบ
โดยพัฒนาออกแบบในส่วน Engine Mount และ Cowling ใหม่ทั้งหมด เพิ่ม Aerobatic Tank
สำหรับการบินผาดแผลง มาตรฐานความปลอดภัย FAR 23 compliance ในทุกระบบ
แผลงหน้าปัดได้รับการออกแบบใหม่ให้ทันสมัย
ในขณะที่ บ.ชอ.2 ยังคงพื้นฐานของเครื่องบินฝึกแบบที่ 15 SF-260 โดยใช้เครื่องยนต์ลูกสูบนอนขนาด 250 แรงม้า
โดยเมื่อวันที่ 14 มิถุนายน 2555 ได้ทำการบิน First flight โดยไม่เก็บฐาน เป็นครั้งแรก โดยมี นาวาอากาศตรี ภาสกร ไชยกำเนิด เป็นนักบินลองเครื่อง เรืออากาศโท อนันต์ วงศ์ชาลี เป็น Flight Engineer

นำเครื่องบิน บ.ทอ.6 ขึ้นบินเพื่อทดสอบสมรรถนะ ระยะสูง 5,000 ฟุต ที่ความเร็วประมาณ 100 กม./ชม. โดยมี เรืออากาศเอก สานิตย์ ประวิตรวงศ์ นักบินลองเครื่อง และ พลอากาศตรี พลานันท์ ปะจายะกฤตย์ Flight Engineer ทำการบินกับเครื่องบินกรมช่างอากาศแบบที่ 2 (บ.ชอ.2) เป็นเครื่อง Chaser ถือเป็นความสำเร็จก้าวสำคัญอีกครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์การสร้างอากาศยาน สมัยใหม่ของประเทศไทย
สำหรับในอดีตนั้น กองทัพอากาศ เคยมีประสบการสร้างเครื่องบินแบบต่างๆ อาทิ
นิเออปอร์ต, เบรเกต์ 3/14, สปัด 7/13, แอฟโร 504 เอ็น, คอร์แซร์ วี 93 เอส และ ฮอว์ค 3 รวมกันกว่า 200 เครื่อง
และยังมีประสบการณ์ในการออกแบบอากาศยานแบบต่างๆ ขึ้นใช้ในราชการ
อาทิ เครื่องบินทิ้งระเบิดแบบ บริพัตร (บ.ท.2), เครื่องบินขับไล่แบบประชาธิปก (บ.ข.5), เครื่องบินฝึกและสื่อสารแบบ บ.ทอ.1 – บ.ทอ.5
โดยเฉพาะเครื่องบินแบบ บ.ทอ.4 ได้มีการเปิดสายการผลิตเป็นเครื่องบินฝึกเมื่อปี 2517 จำนวน 12 เครื่อง
กำหนดสัญลักษณ์เป็น บ.ฝ.17 มีชื่อว่า “จันทรา” โดยใช้เป็นเครื่องบินฝึกหน่วยฝึกการบินพลเรือนกองทัพอากาศ

นี่คือข้อมูลเบื้องต้นที่นำมาเสนอเล่าสู่กันฟัง ประเทศเราเคยเป็นประเทศแรกๆในภูมิภาคที่มีเครื่องบิน และผลิตเครื่องบินได้เองแต่จากอะไรทำให้เราขาดช่วงขาดตอนกันไปผมจะนำมาเล่าต่อไปพร้อมกับความคืบหน้าของ บ.ทอ.6 นะครับ