Armyetc

บล็อกข่าวสารสาระ เรื่องราวในแวดวงทหารและตำรวจ

กองบัญชาการช่วยรบที่ 1 ประกาศรับสมัครสอบคัดเลือกทหารกองหนุน บรรจุเข้ารับราชการเป็นนายทหารประทวน (อัตรา ส.อ.) จำนวน 3 อัตรา



ตำแหน่งที่รับสมัคร
  • เสมียน(ชกท.710) พัน.สพ.กระสุน 21 บชร.1จำนวน 2 อัตรา
  • เสมียน(ชกท.710)พัน.สบร.21 บชร.1จำนวน 1 อัตรา
คุณสมบัติของผู้รับสมัครโดยสังเขป
  • เพศชาย ทหารกองหนุนประเภท 1 จากทหารกองประจำการหรือทหารกองหนุนจากนักศึกษาวิชาทหาร
  • อายุไม่เกิน 18 ปีบริบูรณ์ อายุไม่เกิน 30 ปีบริบูรณ์
  • ชายสูงไม่ตำ่กว่า 160 ซม.
  • การศึกษา ม.6
กำหนดการรับสมัคร
รับสมัครในระหว่างวันที่ 4 - 21 มิ.ย.62 ณ กองกำลังพล กองบัญชาการช่วยรบที่ 1 (ในวันเวลาราชการ)
ดูรายละเอียดการรับสมัครได้ที่นี่

ที่มาข้อมูลข่าวสาร เพจ กองกำลังพล กองบัญชาการช่วยรบที่ 1

F-5 Upgrade ตามยุทธศาสตร์กองทัพอากาศ พ.ศ.2551-2562


(F-5 Upgrade : UPG)
ตามยุทธศาสตร์กองทัพอากาศ พ.ศ.2551-2562 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ.2557) กำหนดให้กองทัพอากาศ มีอัตราโครงสร้างกำลังรบ ให้มีเครื่องบินขับไล่อเนกประสงค์ 5 ฝูงบิน ประกอบด้วย บ.ข.20/ก (Gripen) จานวน 1 ฝูงบิน, บ.ข.19/ก (F-16) จานวน 3 ฝูงบิน และ บ.ข.18 ข/ค (F-5E) จำนวน 1 ฝูงบิน โดยมีภารกิจหลักได้แก่ การป้องกันทาง อากาศ (Air Defense) การปฏิบัติการร่วมกับเหล่าทัพอื่น (Joint Operation) และ การตอบโต้ทางอากาศ (Counter Air Operation) แต่ในปัจจุบันการพัฒนากำลังทางอากาศ ของประเทศต่างๆ ในโลกเป็นไปอย่างก้าวกระโดดมีการจัดหา บ.สมรรถนะสูง ซึ่งมีขีด ความสามารถในการใช้อาวุธไกลเกินระยะสายตา



ปัจจุบันเครื่องบินขับไล่แบบ F-5E ของกองทัพอากาศได้บรรจุเข้าประจำการตั้งแต่ ปี 2521 ถือว่าเป็น บ.ขับไล่ในยุคที่ 3 ซึ่งมีขีดความสามารถจำกัด ไม่สามารถใช้อาวุธไกล เกินระยะสายตา ประกอบกับมีเทคโนโลยีล้าสมัยไม่สามารถเผชิญกับภัยคุกคามในปัจจุบันได้ ทั้งนี้การจัดหาเครื่องบินขับไล่อเนกประสงค์มาทดแทน ต้องใช้งบประมาณเป็นจำนวนมาก ซึ่งจากสถานภาพงบประมาณของ ทอ.ที่ได้รับในแต่ละปีมีอย่างจำกัด ดังนั้นการปรับปรุง ขีดความสามารถของ บ.ที่มีใช้งานอยู่ให้มีสมรรถนะสูงขึ้น จึงเป็นทางเลือกหนึ่งของ ทอ.ใน การดำรงขีดความสามารถในการป้องกันประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพและต่อเนื่อง


ดังนั้นทอ.จึงมีความจำเป็นที่จะต้องปรับปรงุ F-5Eให้มีขีดความสามารถสูงขึ้นโดยปรับปรุงระบบAvionics ระบบอาวุธ และระบบเรดาร์ ให้ทันสมัยเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการตรวจจับเป้าหมาย มีขีดความสามารถในการปฏิบัติการที่ใช้เครือข่ายเป็นศูนย์กลาง เพื่อดำรงความพร้อมรบ รองรับภัย คุกคามที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต อีกทั้งเป็นการป้องกันปัญหาด้านการส่งกำลังและการซ่อมบำรุง อุปกรณ์ที่กำลังจะปิดสายการผลิตอีกทางหนึ่งด้วย ตลอดจนเป็นการใช้งบประมาณที่น้อยกว่าการ จัดหาเครื่องบินขับไล่อเนกประสงค์มาทดแทนถึง 10 เท่า


F-5E Generation
ปัจจุบันเครื่องบินขับไล่ทั่วโลกส่วนใหญ่อยู่ในยุค 4 ถึง 5 แต่ F-5E ของทอ.จัดอยู่ในยุค3 ซึ่งมีขีด ความสามารถจำกัด ไม่พร้อมรับกับภัยคุกคาม โดยเมื่อทำการอัพเกรด จะมีระบบอาวุธเทียบเท่า เครื่องบินขับไล่ในยุค 4.5 ที่มีระบบเรดาร์ระยะไกล และระบบอาวุธระยะไกลเกินสายตา ตลอดจน ระบบ Data Link


วัตถุประสงค์ของโครงการฯ
ปัจจุบันอายุการใช้งาน F-5E จากเดิม 7,200 ชม.บิน หลังจากปรับปรุง (Upgrade) สามารถเพิ่ม การใช้งานได้ถึง 9,600 ชม.บิน มีผลให้ ทอ.สามารถใช้งานต่อไปได้อย่างน้อย 15 ปี โดยการ ปรับปรุงระบบอากาศยาน จะมีการปรับปรุงโครงสร้างทุกส่วนของอากาศยาน รวมทั้งส่วนที่ทำ ด้วย Honeycomb ทั้งนี้ต้องได้รับการตรวจสภาพทั่วไป และปรับปรุงหรือทำให้อากาศยาน สามารถรองรับการปรับปรุงระบบ Avionics และระบบอาวุธ ตามความต้องการของ ทอ.


วัตถุประสงค์ของโครงการฯ
ปรับปรุงขีดความสามารถ F-5E จานวน 14 เครื่อง (Phase 1 ปรับปรุง จำนวน 10 เครื่อง และ Phase 2 จำนวน 4 เครื่อง พร้อมระบบต่างๆ ) ให้สามารถใช้งานระบบอาวุธสมัยใหม่ที่มีความแม่นยาสูง มีระยะยิงไกล ร่วมทั้งติดตั้งระบบเรดาร์ที่มีประสิทธิภาพในการตรวจจับเป้าหมาย เพียงพอต่อการปฏิบัติภารกิจ และเตรียมการติดตั้งระบบเชื่อมโยงข้อมูลทางยุทธวิธี (Tactical Data Link) เพื่อใช้งานร่วมกับเครื่องบินขับไล่อเนกประสงค์สมรรถนะสูงแบบอื่นๆ ใน ทอ.และ ระบบปอ้งกันทางอากาศของทอ.ได้อย่างมีประสิทธิภาพโดยจะต้องคำนึงถึงการส่งกำลังและซ่อม บารุงตลอดอายุการใช้งานของเครื่องบินที่ได้รับการปรับปรุงดังกล่าวหรืออย่างน้อย 15 ปีหลังการ ปรับปรุงแล้วเสร็จ


รายละเอียดของการปรับปรุงฯ
- Mission Computer (MC) สามารถประมวลผลได้อย่างมีประสิทธิภาพและติดตั้งซอฟต์แวร์ที่ ทันสมัย
- มีระบบแสดงข้อมูล Color Moving Map บนจอ Horizontal Situation Display รวมทั้งติดตั้ง จอ Display ภายในห้องนักบิน แบบ Multi Function Color Display (MFCD) จำนวน 2 จอ
- ติดตั้งหรือปรับปรุงเครื่องรับ-ส่งวิทยุ ให้มีระบบป้องกันการรบกวนทางอิเล็กทรอนิกส์ (ECCM)แบบ HAVE QUICK II
- ติดตั้ง Head Up Display (HUD) และ Up Front Control Panel (UFCP)
- ติดตั้งระบบ Digital Video and Data Recorder (DVDR) ที่สามารถบันทึกภาพและเสียงรวมทั้งมีระบบบรรยายสรุปหลังการบิน (Debriefing System)
- ปรับปรุงระบบไฟฟ้าและระบบ Environment Control System (ECS) ของ บ. รวมทั้งระบบอื่นที่เกี่ยวข้องกับการปรับปรุงขีดความสามารถ


Radar
- ติดตั้งระบบเรดาร์ที่ทันสมัย โดยมีขีดความสามารถตรวจจับเป้าหมายระยะไกล สามารถ ตรวจจับเป้าหมายที่เป็น บ.ขับไล่ฯ ได้ระยะทางไม่ต่ำกว่า 40 ไมล์ทะเล รวมทั้งสนับสนุนใช้งาน ระบบอาวุธสมัยใหม่และมีขีดความสามารถ Synthetic Aperture Radar (SAR)


Data Link
- ติดตั้ง ระบบเชื่อมโยงข้อมูลทางยุทธวิธี (Tactical Data Link : TDL) แบบ Link -T ที่สามารถใช้งานในระบบบัญชาการและควบคุมหรือใช้ในระบบการปฏิบัติการทางอากาศของ ทอ.
- ติดตั้งระบบ Embedded GPS/INS แบบ Fiber Optic Gyro พร้อมด้วย GPS Antenna เพื่อความถูกต้อง และแม่นยำในการเดินอากาศ


ระบบอาวุธ
- สามารถใช้งานระบบอาวุธนาวิถีอากาศสู่อากาศ ที่ทันสมัยในระยะสายตาที่ ทอ.มีใช้งานใน ปัจจุบัน และติดตั้ง Software อาวุธนาวิถีอากาศสู่อากาศไกลเกินระยะสายตา สำหรับรองรับการ ใช้งานในอนาคต
- สามารถใช้งานระบบอาวุธนำวิถีอากาศสู่พื้นที่ทันสมัย มีความแม่นยำสูงที่ ทอ. มีใช้งานในปัจจุบัน และจะจัดหาในอนาคต
- ติดตั้งอุปกรณ์ให้รองรับการใช้งาน Navigation/Targeting Pod ซึ่ง ทอ.มีการใช้งานอยู่ใน ปัจจุบัน
- สามารถใช้งานระบบอาวุธที่ทอ.มีใช้งานในปัจจุบัน และจะจัดหาในอนาคตได้
ระบบป้องกันตนเอง
- ติดตั้งระบบ Electronics Warfare ที่ทันสมัย ซึ่งประกอบด้วยอุปกรณ์ Radar Warning Receiver (RWR) และ Countermeasure Dispenser System


ด้านการส่งกำลังและซ่อมบำรุง
- การปรับปรุงขีดความสามารถ F-5E คานึงถึงขีดความสามารถการส่งกำลังและการ ซ่อมบำรุง F-5E ในทุกระบบให้ได้อย่างต่อเนื่องตลอดอายุการใช้งานหรือไม่ต่ำกว่า 15 ปี ทั้งนี้ใน ส่วนของระบบ Avionics และระบบอื่นๆ ให้เป็นชนิดหรือแบบเดียวกับ บ.ขับไล่อเนกประสงค์ สมรรถนะสูงแบบอื่น ๆ ที่มีการใช้งานใน ทอ. เพื่อให้เกิดความง่ายในการส่งกำลังบำรุง ทั้งนี้การ ปรับปรุงขีดความสามารถ F-5E จะต้องดำเนินการภายในประเทศไทย เพื่อให้เกิดความเหมาะสม สอดคล้องกับความต้องการทางด้านยุทธการและการฝึก รวมทั้งการส่งกำลังบำรุง และการ ถ่ายทอดองค์ความรู้จากบริษัทคู่สัญญาเพื่อให้ ทอ.ดำรงขีดความสามารถในการส่งกำลังและซ่อม บำรุงบนพื้นฐานของการพึ่งพาตนเอง


การถ่ายทอดเทคโนโลยี
เพื่อเป็นพื้นฐานในการพัฒนา ทอ.ในด้านต่างๆ ได้แก่ การพัฒนาด้านบุคลากรให้เท่าทันเทคโนโลยี ปัจจุบันและอนาคต การถ่ายทอดเทคโนโลยีของอากาศยาน การฝึกศึกษาเพื่อให้สามารถดูแล และ บำรุงรักษาอากาศยานได้

ทั้งนี้การปรับปรุงขีดความสามารถ F-5E/F จะต้องดำเนินการภายในประเทศไทย เพื่อให้เกิดความ เหมาะสม สอดคล้องกับความต้องการทางด้านยุทธการและการฝึก รวมทั้งการส่งกำลังบำรุง และ การถ่ายทอดองค์ความรู้จากบริษัทคู่สัญญาเพื่อให้ ทอ.ดารงขีดความสามารถในการส่งกำลัง และ ซ่อมบำรุงบนพื้นฐานของการพึ่งพาตนเอง

ด้านการฝึกอบรม
- ดำเนินการฝึกอบรม Difference Training สำหรับนักบิน พร้อมกำหนดหลักสูตรและคู่มือการ ฝึกบินให้กับ ทอ.
- ดำเนินการฝึกอบรม Maintenance Training สำหรับ จนท.สนับสนับการบิน และ จนท.การซ่อมบำรุงอากาศยาน F-5E/F โดยเฉพาะอุปกรณ์ที่ได้รับการปรับปรุงหรือเปลี่ยนใหม่ (Modified or Replaced) รวมทั้งการฝึกอบรมให้เกิดความคุ้นเคย (Familiarization Course) ต่อระบบที่ ได้รับการปรับปรุงใหม่ด้วย


ในแต่ละปีกองทัพอากาศได้งบประมาณ 100% กองทัพอากาศจะใช้งบประมาณภายในของ กองทัพอากาศ ประมาณ 24% ของแต่ละปีงบประมาณ ไปดำเนินการผูกพันงบประมาณเพื่อผ่อนจ่าย (การจัดทาโครงการผูกพัน) ในการจัดหาอาวุธยุทโธปกรณ์ของกองทัพอากาศให้อยู่ใน สภาพพร้อมรบ ดำรงขีดความสามารถตามบทบาทและหน้าที่ของกองทัพอากาศที่ได้รับมอบหมาย ในการป้องกันประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพและต่อเนื่อง


กองทัพอากาศโปร่งใส
งบประมาณที่ใช้เป็นงบภายในของกองทัพอากาศที่กำหนดไว้ในการเสริมสร้างกาลังกองทัพ เพื่อดำรงขีดความสามารถตามบทบาทและหน้าที่ของกองทัพอากาศที่ได้รับมอบหมายในการ ป้องกันประเทศโดยไม่ได้ขอใช้งบประมาณเพิ่มเติมจากส่วนกลางอย่างที่หลายคนเข้าใจ

กรมการทหารช่าง เปิดรับสมัครสอบคัดเลือกบุคคลเข้ารับราชการเป็นพนักงานราชการ ประจําปีงบประมาณ 2562 จำนวน 5 อัตรา

กรมการทหารช่าง เปิดรับสมัครสอบคัดเลือกบุคคลเข้ารับราชการเป็นพนักงานราชการ ประจําปีงบประมาณ 2562 อัตรา
ตำแหน่งที่รับสมัคร
  1. ตําแหน่ง พนักงานบริการ จํานวน 1 อัตรา (เพศหญิง)
  2. ตําแหน่ง พนักงานธุรการ จํานวน 1 อัตรา (เพศหญิง)
  3. ตําแหน่ง ช่างกลโรงงาน จํานวน 1 อัตรา (เพศชาย)
  4. ตําแหน่ง ช่างโลหะ จํานวน 1 อัตรา (เพศชาย)
  5. ตําแหน่ง ช่างซ่อมเครื่องยนต์ จํานวน 1 อัตรา (เพศชาย)
คุณสมบัติโดยสังเกต
  • บุคคลเพศชาย หรือเพศหญิง มีอายุไม่ต่ำกว่า 18 ปีบริบูรณ์ และไม่เกิน 35 ปี
  • เพศชาย ต้องเป็นทหารกองหนุน หรือ ทหารกองเกิน ระบุว่าเป็นคนจําพวกที่ 1 มีร่างกายสมบูรณ์ดี ไม่จัดอยู่ในคนจําพวกที่ 2 – 4 (ตาม สด. 43) มีความสูงตั้งแต่ 160 ซม. ขึ้นไป มีขนาดรอบอก 75 ซม. ขึ้นไป ในเวลาหายใจออกและมีน้ําหนักตัว ไม่น้อยกว่า 48 กก.
  • เพศหญิง มีร่างกายสมบูรณ์ดี มีความสูงไม่น้อยกว่า 150 ซม. ขึ้นไปและน้ําหนักไม่น้อยกว่า 40 กก.
  • ไม่มีรอยสักให้เห็นอย่างชัดเจนนอกร่มผ้า เมื่อแต่งกายด้วยเครื่องแบบทหาร หรือ ชุดกีฬาของหน่วย (เสื้อคอวี กางเกงขาสั้นเหนือเข่า) หรือวัดระยะจากข้อศอก หรือหัวเข่าขึ้นไปถึงบริเวณที่มีรอยสัก ได้ระยะน้อยกว่า 6 นิ้ว มีรอยสักที่มีลักษณะที่ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของทางราชการทหาร ไม่มีแผลเป็นที่ดู น่ารังเกียจ และเฉพาะเพศชายต้องไม่พบร่องรอยการเจาะหู ทั้งนี้ ให้อยู่ในดุลยพินิจของคณะกรรมการรับสมัคร
คุณสมบัติเฉพาะตําแหน่ง
  •  ตําแหน่งตามข้อ 1 เป็นเพศหญิง สําเร็จการศึกษา ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย(ม.6) หรือเทียบเท่า และมีความสามารถเหมาะสมในการปฏิบัติงานในหน้าที่
  •  ตําแหน่งตามข้อ 2 เป็นเพศหญิง สําเร็จการศึกษา ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย(ม.6) หรือเทียบเท่า และมีความรู้ในด้านการใช้โปรแกรม Word และ Excel เป็นอย่างดี
  • ตําแหน่งตามข้อ 3 เป็นเพศชาย สําเร็จการศึกษาประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.)สาขาวิชาเครื่องมือกลและซ่อมบํารุง สาขางาน เคร่อื งมือกล , ซ่อมบํารุงเคร่อื งจักรกล หรือสาขาวิชาที่เกี่ยวข้องกับ ช่างกลโรงงาน
  •  ตําแหน่งตามข้อ 4 เป็นเพศชาย สําเร็จการศึกษาประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) สาขาวิชาเชื่อมโลหะ หรือสาขาวิชาที่เกี่ยวข้องกับช่างเชื่อม
  •  ตําแหน่งตามข้อ 5 เป็นเพศชาย สําเร็จการศึกษาประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) สาขาวิชาเครื่องกล สาขางานยานยนต์ , เครื่องกลอุตสาหกรรม หรือสาขาวิชาที่เกี่ยวข้องกับช่างยนต์
สมัครด้วยตนเอง ตั้งแต่วันที่ 30 พฤษภาคม 2562 – 7 มิถุนายน 2562 เวลา 09.00 - 16.00 น. (เว้นวันหยุดราชการ) ณ สโมสรนายทหารประทวน กรมการทหารช่าง
ค่ายภาณุรังษี อําเภอเมือง จังหวัดราชบุรี

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมที่นี่
 http://www.engrdept.com/activi2019/panug62/panug62.pdf

เปรียบเทียบตำแหน่งข้าราชการพลเรือนและการเทียบตำแหน่งบังคับบัญชาข้าราชการกลาโหม


ตำแหน่งข้าราชการทหาร
ตำแหน่งข้าราชการพลเรือน
   สิบตรี, จ่าตรี, จ่าอากาศตรี,
   สิบโท, จ่าโท, จ่าอากาศโท,
   สิบเอก, จ่าเอก, จ่าอากาศเอก,
   และพลทหารประจำการ (พลอาสาสมัคร) 
ระดับ 
   จ่าสิบตรี, พันจ่าตรี, พันจ่าอากาศตรี,
   จ่าสิบโท, พันจ่าโท, พันจ่าอากาศโท,
   จ่าสิบเอก, พันจ่าเอก, พันจ่าอากาศเอก
ระดับ 
   จ่าสิบเอก, พันจ่าเอก, พันจ่าอากาศเอก อัตราเงินเดือน
   จ่าสิบเอกพิเศษ, พันจ่าเอกพิเศษ, พันจ่าอากาศเอกพิเศษ,
   ร้อยตรี, เรือตรี, เรืออากาศตรี
ระดับ 
   ร้อยโท, เรือโท, เรืออากาศโท
ระดับ 
   ร้อยเอก, เรือเอก, เรืออากาศเอก
ระดับ 
   พันตรี, นาวาตรี, นาวาอากาศตรี
ระดับ ๖ 
   พันโท, นาวาโท, นาวาอากาศโท
ระดับ 
   พันเอก, นาวาเอก, นาวาอากาศเอก
ระดับ 
   พันเอก, นาวาเอก, นาวาอากาศเอก อัตราเงินเดือน
   พันเอกพิเศษ, นาวาเอกพิเศษ, นาวาอากาศเอกพิเศษ
ระดับ 
   พลตรี, พลเรือตรี, พลอากาศตรี
ระดับ ๑๐
   พลโท, พลเรือโท, พลอากาศโท,
   พลเอก, พลเรือเอก, พลอากาศเอก
ระดับ ๑๑
(รับเงินเดือนอันดับ ท.๑๑)
   จอมพล, จอมพลเรือ, จอมพลอากาศ หรือ
   พลเอก, พลเรือเอก, พลอากาศเอก ที่ครองอัตรา
   จอมพล, จอมพลเรือ, จอมพลอากาศ
ระดับ ๑๑
(รับเงินเดือนอันดับ บ.๑๑)


ข้อบังคับกระทรวงกลาโหมว่าด้วยตำแหน่งและการเทียบตำแหน่งบังคับบัญชาข้าราชการกลาโหม
พ.ศ. ๒๕๐๑
-----------------
โดยที่เป็นการสมควรกำหนดตำแหน่งและการเทียบตำแหน่งบังคับบัญชาข้าราชการกลาโหมไว้ให้แน่นอนและเหมาะสมแก่กาลสมัย จึงออกข้อบังคับไว้ดังต่อไปนี้

ข้อ ๑ ข้อบังคับนี้เรียกว่า “ ข้อบังคับกระทรวงกลาโหม ว่าด้วยตำแหน่งและการเทียบตำแหน่งบังคับบัญชาข้าราชการกลาโหม พ.ศ. ๒๕๐๑

ข้อ ๒ ให้ใช้ข้อบังคับนี้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

ข้อ ๓ ตำแหน่งบังคับบัญชาข้าราชการกลาโหม ให้เป็นไปตามลำดับดังนี้
   ( ๑ ) ผู้บังคับหมู่ หรือนายตอน
   ( ๒ ) ผู้บังคับหมวด ต้นเรือชั้น ๓ หรือผู้บังคับหมวดบินชั้น ๓
   ( ๓ ) ผู้บังคับกองร้อย ผู้บังคับกองเรือชั้น ๓ ต้นเรือชั้น ๒ หรือผู้บังคับหมวดบินชั้น ๒
   ( ๔ ) ผู้บังคับการเรือชั้น ๒ ต้นเรือชั้น ๑ หรือผู้บังคับหมวดบินชั้น ๑
   ( ๕ ) ผู้บังคับกองพัน ผู้บังคับการเรือชั้น ๑ หรือผู้บังคับฝูงบิน
   ( ๖ ) ผู้บังคับการกรม ผู้บังคับหมวดเรือ หรือผู้บังคับการกองบิน
  ( ๗ ) ผู้บัญชาการกองพล ผู้บังคับการกองเรือ หรือผู้บัญชาการกองพลบิน
  ( ๘ ) แม่ทัพ
  ( ๙ ) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม
         **( ๖) แก้ไขตามข้อบังคับฯ ฉบับที่ ๒ พ.ศ. ๒๕๑๑

ข้อ ๔ ข้าราชการกลาโหมซึ่งมิได้ดำรงตำแหน่งบังคับบัญชาตรงตามที่กำหนดไว้ในข้อ ๑ ให้ถืออัตราเงินเดือนของตำแหน่งที่ดำรงอยู่เป็นหลักในการเทียบตำแหน่งบังคับบัญชา หากเทียบอัตราเงินเดือนของตำแหน่งที่ดำรงอยู่ตามความในวรรคแรกไม่ได้ ก็ให้ถือยศของทหาร หรือเงินเดือนที่ได้รับเป็นหลักในการเทียบตำแหน่งบังคับบัญชา

 ข้อ ๕ การเทียบตำแหน่งบังคับบัญชาตามความในข้อ ๔ ให้เทียบดังนี้
( ๑ ) อัตราเงินเดือนนายทหารประทวน หรือยศนายทหารประทวน และข้าราชการกลาโหมพลเรือนที่ได้รับเงินเดือนในอัตรานายทหารประทวน ให้เทียบตำแหน่งผู้บังคับหมู่ หรือนายตอน

( ๒ ) อัตราเงินเดือนร้อยตรี เรือตรี เรืออากาศตรี ร้อยโท เรือโท เรืออากาศโท หรือยศร้อยตรี เรือตรี เรืออากาศตรี ร้อยโท เรือโท เรืออากาศโท ตลอดจนว่าที่ยศนั้นๆ และข้าราชการกลาโหมพลเรือนที่ได้รับเงินเดือนนายทหารชั้นสัญญาบัตรในอัตรายศดังกล่าว ให้เทียบตำแหน่งผู้บังคับหมวดต้นเรือชั้น ๓ หรือผู้บังคับหมวดบินชั้น ๓

( ๓ ) อัตราเงินเดือนร้อยเอก เรือเอก เรืออากาศเอก หรือยศร้อยเอก เรือเอก เรืออากาศเอก ตลอดจนว่าที่ยศนั้นๆ และข้าราชการกลาโหมพลเรือนที่ได้รับเงินเดือนนายทหารชั้นสัญญาบัตรในอัตรายศดังกล่าว ให้เทียบตำแหน่งผู้บังคับการเรือชั้น ๓ ต้นเรือชั้น ๒ หรือผู้บังคับหมวดบินชั้น ๒

( ๔ ) อัตราเงินเดือนพันตรี นาวาตรี นาวาอากาศตรี หรือยศพันตรี นาวาตรี นาวาอากาศตรี ตลอดจนว่าที่ยศนั้นๆ และข้าราชการกลาโหมพลเรือนที่ได้รับเงินเดือนนายทหารชั้นสัญญาบัตรในอัตรายศดังกล่าว ให้เทียบตำแหน่งผู้บังคับกองพัน ผู้บังคับการเรือชั้น ๑ ต้นเรือชั้น ๑ หรือผู้บังคับหมวดบินชั้น ๑

( ๕ ) อัตราเงินเดือนพันโท นาวาโท นาวาอากาศโท หรือยศพันโท นาวาโท นาวาอากาศโท ตลอดจนว่าที่ยศนั้นๆ และข้าราชการกลาโหมพลเรือนที่ได้รับเงินเดือนนายทหารชั้นสัญญาบัตรในอัตรายศดังกล่าว ให้เทียบตำแหน่งผู้บังคับกองพัน ผู้บังคับการเรือชั้น ๑ หรือผู้บังคับฝูงบิน

( ๖ ) อัตราเงินเดือนพันเอก นาวาเอก นาวาอากาศเอก และพันเอกพิเศษ นาวาเอกพิเศษ นาวาอากาศเอกพิเศษ หรือยศพันเอก นาวาเอก นาวาอากาศเอก พลจัตวา พลเรือจัตวา พลอากาศจัตวา ตลอดจนว่าที่ยศนั้นๆ และข้าราชการกลาโหมพลเรือนที่ได้รับเงินเดือนนายทหารชั้นสัญญาบัตรในอัตรายศดังกล่าว ให้เทียบตำแหน่งผู้บังคับการกรม ผู้บังคับหมวดเรือ หรือผู้บังคับการกองบิน
** ๖) แก้ไขตามข้อบังคับฯ ฉบับที่ ๒ พ.ศ. ๒๕๑๑

( ๗ ) อัตราเงินเดือนพลตรี พลเรือตรี พลอากาศตรี หรือยศพลตรี พลเรือตรี พลอากาศตรี ตลอดจนว่าที่ยศนั้นๆ และข้าราชการกลาโหมพลเรือนที่ได้รับเงินเดือนนายทหารชั้นสัญญาบัตรในอัตรายศดังกล่าว ให้เทียบตำแหน่งผู้บัญชาการกองพล ผู้บังคับการกองเรือ หรือผู้บัญชาการกองพลบิน

( ๘ ) อัตราเงินเดือนพลโท พลเรือโท พลอากาศโท ขึ้นไป หรือยศพลโท พลเรือโท พลอากาศโท ขึ้นไป ตลอดจนว่าที่ยศนั้นๆ และข้าราชการกลาโหมพลเรือนที่ได้รับเงินเดือนนายทหารชั้นสัญญาบัตรในอัตรายศดังกล่าว ให้เทียบตำแหน่งแม่ทัพ
ประกาศ ณ วันที่ ๒๗ สิงหาคม ๒๕๐๑
(ลงชื่อ) จอมพล ถ. กิตติขจร
   รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม

--------------------

ข้อบังคับกระทรวงกลาโหมว่าด้วยการเทียบตำแหน่งราชการฝ่ายพลเรือนบางตำแหน่งกับตำแหน่งทหาร พ.ศ. ๒๕๑๗
--------------------
โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงข้อบังคับกระทรวงกลาโหมว่าด้วยการเทียบตำแหน่งราชการฝ่ายพลเรือนบางตำแหน่งกับตำแหน่งทหารให้เหมาะสมยิ่งขึ้น จึงออกข้อบังคับไว้ดังต่อไปนี้

 ข้อ ๑ ข้อบังคับนี้เรียกว่า “ ข้อบังคับกระทรวงกลาโหม ว่าด้วยการเทียบตำแหน่งราชการฝ่ายพลเรือนบางตำแหน่งกับตำแหน่งทหาร พ.ศ. ๒๕๑๗ ”

ข้อ ๒ ให้ยกเลิกข้อบังคับกระทรวงกลาโหม ว่าด้วยการเทียบตำแหน่งราชการฝ่ายพลเรือนบางตำแหน่งกับตำแหน่งทหาร พ.ศ. ๒๕๐๙

ข้อ ๓ ตำแหน่งราชการฝ่ายพลเรือนบางตำแหน่งซึ่งมีอำนาจหน้าที่ปกครองบังคับบัญชาบุคคลในสังกัดกระทรวงกลาโหมตามที่ได้รับมอบหมายจากกระทรวงกลาโหม ให้เทียบตำแหน่งทหารดังต่อไปนี้
     ๓.๑ ผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เทียบเท่าผู้บัญชาการกองพล
     ๓.๒ นายอำเภอ หรือหัวหน้าเขต (ชั้นเอก) เทียบเท่าผู้บังคับการกรม
     ๓.๓ นายอำเภอ หรือหัวหน้าเขต (ชั้นโท) เทียบเท่าผู้บังคับกองพัน
                        ข้อ ๔ ให้ใช้ข้อบังคับนี้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

ประกาศ ณ วันที่ ๒๑ มีนาคม ๒๕๑๗

(ลงชื่อ) พลเอก ทวี      จุลละทรัพย์
           ( ทวี      จุลละทรัพย์ )
           รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม

พลสารวัตร อัตราพลอาสาสมัคร คืออะไรเป็นข้าราชการไหม ความก้าวหน้าละหาคำตอบได้ที่นี่

ขอบคุณ ภาพจากเพ็จกองพันทหารสารวัตร สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม
จากข่าวสมัครสอบเข้ารับราชการทหารน้องคงได้เห็นตำแหน่ง พลสารวัตร อัตราพลอาสาสมัคร หลายๆคนที่ไม่ได้เคยสมผัสวงการนี้มาก่อนอาจไม่เข้าใจเรามาทำความเข้าใจกันเลยครับ

พลอาสาสมัคร คือ ข้าราชการทหารที่ได้รับการบรรจุในอัตราพลอาสาสมัคร รับเงินเดือนระดับ พ.2
พลอาสาสมัคร ไม่ได้เป็นอาสาสมัครแบบ ตำรวจบ้าน หรือ อปพร. แต่เป็น "ข้าราชการกลาโหมประจำการ" ที่ต้องสอบเข้ามาเป็นและเมื่อสอบได้แล้วต้องเข้ารับการฝึกอบรมตามระเบียบกองทัพ และรับราชการได้จนถึงเกษียณอายุ 60 ปี (ชื่ออาสาสมัครแต่จริงๆไม่ใช่อาสาสมัคร)

สวัสดิการ 
เบิกได้ทุกอย่างเหมือนทหารยศสิบเอก มีเงินเดือนประจำ มีบ้านพักสวัสดิการ พ่อ,แม่,ลูก,ภรรยา เบิกค่ารักษาพยาบาลได้ ค่าเล่าเรียนบุตรเบิกได้ เกษียณมีบำเหน็จ บำนาญ ค่าโดยสารรถ บขส. รถไฟ ลดครึ่งราคา และ ฯลฯ

ความก้าวหน้า 
สามารถเลื่อนยศเป็นนายสิบ จ่า นายทหารได้ ,สามารถเข้าเรียนหลักสูตรกระโดดร่ม(ส่งทางอากาศ),และหลักสูตรการรบแบบจู่โจมได้
หน่วยที่ยังมีอัตราพลอาสาสมัครในปัจจุบัน = สห.(สารวัตรทหาร) , ดย.(ทหารดุริยางค์) , ร.1 พัน.4 รอ. (กรมทหารราบที่ 1 ฯ) , ทม.รอ.(หน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัย แต่ตอนนี้ปิดการรับสมัครอยู่นะครับแจ้ง ณ มิ.ย.2562 ) , พัน.สท.(กองพันสุนัขทหาร) , บก.ทท.(กองบัญชาการกองทัพไทย) , สป.กห.(สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม) เป็นต้น
ทุกหน่วยข้างต้นเปิดสอบบรรจุทุกปี

สรุปพลอาสาสมัคร คือ ข้าราชการทหารประจำการ ไม่ใช่ทหารเกณฑ์ หรือ อาสาสมัคร”

ข้อมูลจาก เพจกองพันทหารสารวัตร สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม
ขอบคุณ ภาพจากเพ็จกองพันทหารสารวัตร สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม

อำนาจและหน้าที่ของสารวัตรทหารตามที่กำนดไว้ในข้อบังคับกระทรวงกลาโหมว่าด้วยสารวัตรทหาร พ.ศ.2519

ข้อ 3. ในข้อบังคับนี้
 3.1 คำว่า " ทหารสารวัตร " หมายถึงทหารเหล่าทหารสารวัตรที่บรรจุในอัตรากำลัง ของหน่วยต่าง ๆ
 3.2 คำว่า " สารวัตรทหาร " หมายถึงทหารสารวัตรหรือทหารเหล่าอื่นหรือพรรคอื่น ซึ่งปฏิบัติหน้าที่สารวัตรทหารตามคำสั่งของผู้มีอำนาจสั่งใช้สารวัตรทหาร
 3.3 คำว่า " ผู้มีอำนาจสั่งใช้สารวัตรทหาร " หมายถึงผู้บังคับบัญชาหน่วยทหาร ที่มีทหารสารวัตรอยู่ในบังคับบัญชา หรือผู้บังคับบัญชาหน่วยทหารซึ่งมีอำนาจหน้าที่จัดสารวัตรทหารตามที่เหล่าทัพกำหนด ในกรณีไม่มีทหารสารวัตรอยู่ในบังคับบัญชา เป็นผู้มีอำนาจสั่งใช้สารวัตรทหารได้ภายในเขตพื้นที่รับผิดชอบ หรือตามอำนาจที่กำหนดไว้ในกฎหมายหรือแบบธรรมเนียมของทหาร

 ข้อ 4. สารวัตรทหารให้จัดจากทหารสารวัตร ในกรณีไม่มีทหารสารวัตรบรรจุอยู่ในอัตรากำลัง ของหน่วยหรือในเหล่าทัพใด ให้ผู้บังคับบัญชาหน่วยทหารซึ่งมีอำนาจหน้าที่จัดสารวัตรทหารตามที่เหล่าทัพกำหนด จัดทหารเหล่าอื่นหรือพรรคอื่นเป็นสารวัตรทหารได้

 ข้อ 5. การแต่งกายของสารวัตรทหารในขณะปฏิบัติหน้าที่ให้เป็นไปตาม กฎหมาย กฎ ข้อบังคับ และแบบธรรมเนียมของทหารที่ว่าด้วยการนั้น 

ข้อ 6. เพื่อให้การรักษาระเบียบวินัยดำเนินการไปโดยเคร่งครัดรวมถึงการรักษาความสงบเรียบร้อย และศีลธรรมอันดี ให้สารวัตรทหารมีหน้าที่ดังนี้
 6.1 สอดส่องตรวจตราให้ทหาร ข้าราชการกลาโหมพลเรือน และคนงานในสังกัดกระทรวงกลาโหม อยู่ในระเบียบวินัยความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดี
 6.2 ว่ากล่าว ตักเตือน และจับกุม ทหาร ข้าราชการกลาโหมพลเรือน และคนงานในสังกัดกระทรวงกลาโหมที่กระทำผิด
 6.3 สืบสวนสอบสวนคดีอาญาซึ่งอยู่ในอำนาจศาลทหาร
 6.4 ควบคุมการจราจรในกิจการทหาร
 6.5 รักษาความปลอดภัยทางวัตถุและอารักขาบุคคลสำคัญ
 6.6 ปฏิบัติการเกี่ยวกับการเรือนจำทหาร และเชลยศึก ทหารพลัดหน่วย พลเรือนผู้ถูกกักกันในยามสงคราม ตามที่กฎหมาย กฎ ข้อบังคับกำหนดให้เป็นอำนาจหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ฝ่ายทหาร
 6.7 กำหนดมาตรการป้องกันอาชญากรรมในวงการทหาร
 6.8 หน้าที่อื่นตามที่กระทรวงกลาโหมหรือผู้มีอำนาจสั่งใช้สารวัตรทหารจะกำหนด

 ข้อ 7. สารวัตรทหารมีอำนาจสอบสวนคดีอาญา ซึ่งอยู่ในอำนาจศาลทหารได้ตามที่ผู้บังคับบัญชาสั่ง ภายใต้บทบัญญัติแห่งกฎหมายว่าด้วยธรรมนูญศาลทหาร

 ข้อ 8. สารวัตรทหาร มีอำนาจที่จะปฏิบัติต่อ ทหาร ข้าราชการกลาโหมพลเรือน และคนงานในสังกัดกระทรวงกลาโหม ผู้ไม่อยู่ในระเบียบวินัย ความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีซึ่งอยู่ภายนอกที่ตั้งหน่วยทหารหรือสถานที่ทำงานตามควรแก่กรณีดังนี้
 8.1 ว่ากล่าวตักเตือน
 8.2 จับกุม
 8.3 ตรวจค้นผู้ถูกจับกุมเมื่อมีเหตุอันควรสงสัยว่ามีสิ่งของที่ผิดกฎหมายหรือเพื่อใช้ในการกระทำที่ผิดกฎหมาย ถ้าผู้ถูกจับกุมเป็นหญิงให้หญิงอื่นเป็นผู้ค้น
 8.4 ยึดสิ่งของตาม 8.3 หรือสิงของที่อาจเป็นภัยอันตรายหรือที่ใช้เป็นพยานหลักฐานในการกระทำผิดนั้นได้

ข้อ 12. สารวัตรทหารไม่มีอำนาจหน้าที่ปฏิบัติการใด ๆ ต่อบุคคลอื่นนอกจากทหาร ข้าราชการกลาโหมพลเรือน และคนงานในสังกัดกระทรวงกลาโหมซึ่งกระทำความผิด เว้นแต่จะได้รับการร้องขอจากพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจให้ร่าวมือด้วยในเหตุผลอันสมควร หรือเป็นการปฏิบัติต่อผู้กระทำความผิดซึ่งหน้าตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา

ข้อมูลจาก ข้อบังคับกระทรวงกลาโหมว่าด้วยสารวัตรทหาร พ.ศ.2519
ขอบคุณภาพจากเพจ สารวัตรทหารอากาศหญิง

ความก้าวหน้าในการรับราชการ
เป็นที่น่าแปลกใจว่ากำลังพล เหล่า สห.บางนายหรือหลายๆ นาย ยังไม่สามารถระบุความแตกต่างของ อำนาจหน้าที่ ระหว่าง ทหารสารวัตรและสารวัตรทหาร แต่กลับยึดถืออำนาจหน้าที่ของสารวัตรทหารไว้ตลอดเวลา (แม้แต่ในยามที่แต่งกายชุดพลเรือน นอกเวลาราชการหรือในที่สาธารณะ) ทำให้บางกรณีก่อให้เกิดผลเสียหายแก่ตัวของกำลังพลเองซึ่งมีอยู่บ่อยครั้ง เนื่องจาก บทบาทของสารวัตรทหารนั้นเปรียบเสมือนเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพียงแต่เป็นผู้รักษากฎหมายฝ่ายทหาร จึงมีอำนาจจำกัดอยู่เฉพาะตามที่กฎหมายกำหนดขอบเขตไว้เท่านั้น การกระทำใดๆ ที่เป็นไปด้วยความสำคัญผิด หรือคิดว่า.... จึงเป็นผลร้ายมากกว่าผลดี ทั้งนี้อาจจะเนื่องมาจากกำลังพลขาดความรู้ความเข้าใจอย่างถ่องแท้ถึงบทบาทของตนเองในสองสถานะ คือ ทหารสารวัตร และ สารวัตรทหาร 

แต่ใน ข้อ 6.8 ของข้อบังคับฯ ดังกล่าวได้เปิดช่องว่างไว้ให้เป็นดุลยพินิจของผู้มีอำนาจสั่งใช้สารวัตรทหารที่จะใช้อำนาจของตนสั่งการให้สารวัตรทหารปฏิบัติภารกิจบางอย่างที่อยู่นอกเหนือจากที่กำหนดไว้ในข้อบังคับฯ (ส่วนจะเป็นเรื่องถูกต้อง เหมาะสม และสมควรหรือไม่? นั่นเป็นอีกเรื่องที่จำเป็นต้องปล่อยให้อยู่ในดุยพินิจของผู้รับปฏิบัติที่จะต้องไปตัดสินใจเอาเองบ้าง) ดังนั้น แน่ใจได้ว่าหน้าที่ของสารวัตรทหารใน 7 ข้อแรก ตั้งแต่ 6.1 ถึง 6.7 จึงเป็นภารกิจหน้าที่ตามกฎหมายซึ่งเป็นไปตามข้อบังคับฯ โดยสมบูรณ์และผู้ปฏิบัติย่อมได้รับการปกป้องคุ้มครองเป็นหลักฐานชัดเจน


พอดีมีเหตุที่จะต้องขอกล่าวถึงสักเล็กน้อยเกี่ยวกับเรื่องราวของความก้าวหน้าในชีวิตรับราชการ โดยเฉพาะของกำลังพล เหล่า สห. เนื่องจากมีข้อแตกต่างจากเหล่าอื่นอยู่หลายประการซึ่งนับว่าเป็นข้อด้อยที่มีมานานตั้งแต่บรรพกาลแล้วและจนกระทั่งถึงทุกวันนี้ก็ยังไม่ได้รับการแก้ไขให้ดีขึ้นกว่าเดิม อย่างน้อยที่สุดก็ควรจะมีความเท่าเทียมกันกับเหล่าอื่นๆ บ้างไม่มากก็น้อย นั่นก็คือ การเลื่อนฐานะจากพลอาสาสมัครขึ้นเป็นนายสิบประจำการ แม้จะจำได้ลางๆ ถึงระเบียบ ทบ.ที่กำหนดไว้ว่า พลสารวัตร อัตราพลอาสาสมัคร สามารถเลื่อนฐานะเป็นนายสิบประจำการได้เมื่อรับราชการมาแล้วไม่น้อยกว่า 3 ปี(ไม่ทราบว่าป่านนี้มีการเปลี่ยนแปลงไปบ้างหรือยัง) ซึ่งในความเป็นจริงนั้นมีการปฏิบัติได้จริงเฉพาะในบางหน่วยเท่านั้น แต่ส่วนมากกว่าจะได้รับการพิจารณาให้เลื่อนฐานะเป็นนายสิบประจำการจะต้องใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 8-10 ปีหรืออาจจะนานกว่านั้น 

ขณะที่เพื่อนรุ่นเดียวกัน คุณวุฒิ ม.6 เท่ากัน แต่สมัครเข้ารับราชการในตำแหน่ง เสมียน พลขับ หรือตำแหน่งอื่นๆ นั้นเมื่อบรรจุเข้ารับราชการจะได้รับการแต่งตั้งยศเป็น สิบตรี ในทันที เพราะฉะนั้นกว่า พลอาสาสมัคร จาก สห.จะได้เป็น สิบตรีบ้าง เพื่อนก็เลื่อนยศเป็น จ่า ไปแล้ว บางคนก็มีโอกาสได้เข้าสอบเลื่อนฐานะเป็นนายทหารชั้นสัญญาบัตรไปแล้วด้วยซ้ำ นี่คือความแตกต่างที่เห็นได้ชัดที่สุด ทั้งๆ ที่ภารกิจของ เหล่า สห.ก็มากกว่า กำลังพลก็น้อยกว่า วันหยุดก็น้อยกว่าหรือแทบจะไม่มีเอาเสียเลยในบางหน่วย ส่วนเหตุผลนั้นคงเนื่องมาจาก สห.ทบ.ต้องรอโควต้าที่ได้รับแบ่งมาจาก ทบ.และต้องนำมาจัดสรรให้กับหน่วย สห.ทั่วประเทศ ซึ่งกว่าจะถึงหน่วยในต่างจังหวัดก็หลุดรอดมา 2-3 ปีได้ 1 นายทำให้บางหน่วยมีพลอาสาสมัครที่อาวุโสมากมายเพราะอายุราชการไม่ต่ำกว่า 5 ปีทั้งนั้น สูงสุดบางคนเข้าปีที่ 12-15 แล้วก็มี
บทความจาก โลกสารวัตรทหาร https://mp2499.blogspot.com

หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา กองบัญชาการกองทัพไทย รับสมัครบุคคลพลเรือนเพื่อบรรจุเข้ารับราชการในตำแหน่ง พลสารวัตร มว.ทหารสารวัตร ร้อย บก.นทพ. (อัตรา พล.อส.) จำนวน 5 อัตรา

ตำแหน่งที่รับสมัคร
  • พลสารวัตร  หมวดสารวัตรทหาร กองร้อยกองบัญชาการ หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา กองบัญชาการกองทัพไทย เพศชาย 5 อัตรา
คุณสมบัติของผู้รับสมัครโดยสังเขป
  • เพศชาย ทหารกองหนุนประเภท 1 จากทหารกองประจำการไม่รับสมัครทหารกองหนุนจากนักศึกษาวิชาทหาร
  • อายุไม่เกิน 18 ปีบริบูรณ์ อายุไม่เกิน 30 ปีบริบูรณ์
  • ชายสูงไม่ตำ่กว่า 160 ซม.
  • การศึกษา ม.3 หรือ ม.6

กำหนดการรับสมัคร
สมัครด้วยตนเอง ตั้งแต่วันที่ 3 - 7 มิ.ย. 2562 เวลา 09.00 - 15.00 น.ณ กองกำลังพล กองบัญชาการกองทัพไทย ถนน แจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ

ดูรายละเอียดการรับสมัครได้ที่นี่
ที่มาข้อมูลข่าวสาร หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา กองบัญชาการกองทัพไทย  http://afdc-ict.rtarf.mi.th

กรมการขนส่งทหารบก มีความประสงค์จะรับสมัครทหารกองหนุนจํานวน 60 อัตรา

กรมการขนส่งทหารบก มีความประสงค์จะรับสมัครทหารกองหนุนที่มี คุณวุฒิวิชาชีพเฉพาะ เพื่อสอบคัดเลือกเข้ารับราชการเป็นนายทหารประทวน (อัตรา สิบเอก) ประจําปี งบประมาณ 2562 จํานวน 60 อัตรา
ตำแหน่งที่รับสมัครมีดังนี้
1 กลุ่มที่ 1 พลขับ จํานวน 32 อัตรา
- พลขับรถ ขส.ทบ.และนขต.ทบ.ส่วนกลาง จำนวน 9 อัตรา
- พลขับรถ ทภ.1 จำนวน 4 อัตรา
- พลขับรถ ทภ.2 จำนวน 11 อัตรา
- พลขับรถ ทภ.3 จำนวน  4 อัตรา
- พลขับรถ ทภ.4 จำนวน  4 อัตรา
2 กลุ่มที่ 2 กลุ่มทักษะช่างซ่อม จํานวน 28 อัตรา
- ทักษะช่าง ขส.ทบ.และนขต.ทบ.ส่วนกลาง จำนวน 16 อัตรา
- ทักษะช่าง  ทภ.1 จำนวน 5 อัตรา
- ทักษะช่าง  ทภ.2 จำนวน 1 อัตรา
- ทักษะช่าง  ทภ.3 จำนวน  3 อัตรา
- ทักษะช่าง  ทภ.4 จำนวน  3 อัตรา

2. คุณสมบัติและลักษณะของผู้สมัครสอบคัดเลือก ดังนี้
2.1 เป็นทหารกองหนุนหรือผู้ที่สําเร็จการศึกษาวิชาทหาร ชั้นปีที่ 3 – 5
งดรับนายสิบกองหนุนยศ จ.ส.ต. - จ.ส.อ.กลับเข้ารับราชการใน ทบ.
2.2 คุณสมบัติเฉพาะของผู้สมัครสอบคัดเลือก กลุ่มที่ 1 ดังนี้
-อายุไม่ต่ำกว่า 22 ปีบริบูรณ์ และไม่เกิน 30 ปีบริบูรณ์ ในการนับอายุ ให้นับ ตามกฎหมายว่าด้วยการรับราชการทหาร
-สําเร็จการศึกษาชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 (ม.6) ตามหลักสูตรของ กระทรวงศึกษาธิการหรือเทียบเท่า
-สามารถขับรถยนต์ได้ดี ได้รับใบอนุญาตขับรถยนต์จากกรมการขนส่งทางบก แล้วและมีความรู้เรื่องการปรนนิบัติบํารุงยานพาหนะเบื้องต้น

2.3 คุณสมบัติเฉพาะของผู้สมัครสอบคัดเลือก กลุ่มที่ 2 ดังนี้
-อายุไม่ต่ำกว่า 18 ปีบริบูรณ์ และไม่เกิน 30 ปีบริบูรณ์ ในการนับอายุ ให้นับ ตามกฎหมายว่าด้วยการรับราชการทหาร (เกิดตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2530 ถึง 31 ธันวาคม 2538)
-สําเร็จการศึกษาหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ(ปวช.) เฉพาะสาขาวิชา ช่างยนต์ ,สาขาวิชาช่างยานยนต์ ,สาขาวิชาช่างกล ,สาขาวิชาช่างเชื่อม และ สาขาวิชาช่างซ่อมบํารุง

วันรับสมัคร วันที่ 30 พ.ค.- 6  มิ.ย. 2562 แหล่งสมาคมนายทหารขนส่ง กรมการขนส่งทหารบก เขตดุสิต กทม. เวลา 0900 - 1500(ด้วยตนเอง)

ดูรายละเอียดการรับสมัครได้ที่นี่

สำนักกองบัญชาการ กองบัญชาการกองทัพไทย รับสมัครสอบคัดเลือกบุคคลพลเรือนเข้ารับราชการเป็นพลอาสาสมัคร ประจำปีงบประมาณ พ.ศ 2562

ตำแหน่งที่รับสมัคร
  • พลสารวัตร (อัตราพลอาสาสมัคร)เพศชาย 6 อัตรา
  • พลรักษาการณ์(อัตราพลอาสาสมัคร)จำนวน 6 อัตรา
  • พลสารวัตร (อัตราพลอาสาสมัคร)เพศชาย 3 อัตรา
คุณสมบัติของผู้รับสมัครโดยสังเขป
  • เพศชาย ทหารกองหนุนประเภท 1 ทหารกองประจำการปลดใน 1 พ.ค. 62 สมัครได้
  • อายุไม่เกิน 18 ปีบริบูรณ์  อายุไม่เกิน 30 ปีบริบูรณ์)
  • ชายสูงไม่ตำ่กว่า 165 ซม. 
  • หญิงสูงไม่ตำ่กว่า 160 ซม.
  • สถานภาพโสดเฉพาะหญิง
  • การศึกษา ม.3 ขึ้นไป  
กำหนดการรับสมัคร
สมัครด้วยตนเอง ตั้งแต่วันที่ 22 พ.ค. - 7 มิ.ย. 2562 เวลา 09.00 - 15.00 น.ณ ชั้น4 แผนกธุรการกำลังพล อาคารสำนักกองบัญชาการ กองบัญชาการกองทัพไทย ถ.แจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพ ฯ

ดูรายละเอียดการรับสมัครได้ที่นี่
ที่มาข้อมูลข่าวสาร สำนักกองบัญชาการ กองบัญชาการกองทัพไทย http://ohq.rtarf.mi.th/

มทบ.24 เปิดรับสมัครสอบบรรจุเข้ารับราชการ เป็น พลอาสาสมัคร จำนวน 7 อัตรา

ตำแหน่งที่รับสมัคร
  • พลสารวัตร กองร้อยทหารสารวัตร มณฑลทหารบกที่ 24 จำนวน 3 อัตรา
  • ผู้คุม กองเรือนจำ มณฑลทหารบกที่ 24 จำนวน 3 อัตรา
  • พลดุริยางค์ หมวดดุริยางค์ มณฑลทหารบกที่ 24 จำนวน 1 อัตรา
คุณสมบัติโดยสังเขป
เพศชายอายุ 18 -  30 ปีบริบูรณ์
คุณสมบัติเฉพาะตำแหน่งพลสารวัตร ผู้คุม
ความสูง 168 ซม.ขึ้นไป ทหารกองหนุนประเภทที่ 1
การศึกษาชั้น ม.ต้น(ม.3)
คุณสมบัติเฉพาะตำแหน่งพลดุริยางค์
ความสูง 160 ซม.ขึ้นไป ทหารกองหนุนประเภทที่ 1
การศึกษาชั้น ม.ต้น(ม.3)
กำหนดการรับสมัคร
สมัครด้วยตนเอง ตั้งแต่วันที่ 3 เม.ย. ถึง 5 เม.ย. 2562 ในวันและเวลาราชการ
ณ ห้องสมุด กองบัญชาการมณฑลทหารบกที่ 24 ค่ายประจักษ์ศิลปาคม อำเภอเมืองอุดร จังหวัดอุดรธานี



ที่มาข้อมูลข่าวสาร มณฑลทหารบกที่ 24


สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม เปิดรับสมัครสอบบุคคลพลเรือนเพื่อเข้ารับราชการเป็นข้าราชการทหาร และจ้างงานเป็นพนักงานราชการ ประจำปี พ.ศ.2562 จำนวน 54 อัตรา


สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม เปิดรับสมัครสอบบุคคลพลเรือนเพื่อเข้ารับราชการเป็นข้าราชการทหาร และจ้างงานเป็นพนักงานราชการ ประจำปี พ.ศ.2562 จำนวน 54 อัตรา

กำหนดการรับสมัคร
เปิดรับสมัครตั้งแต่วันที่ 9 เมษายน - 3 พฤษภาคม 2562

สมัครทางเว็บไซต์
https://opsd.thaijobjob.com/ หรือ
http://opsd.mod.go.th/ หัวข้อ “การรับสมัครและสอบคัดเลือก”

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่ 02 2261397

ที่มาข้อมูลข่าวสาร เพจสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม