Armyetc

บล็อกข่าวสารสาระ เรื่องราวในแวดวงทหารและตำรวจ

ทัวร์รันทดEP4 ดูปลาหาแมวน้ำ@ตรัง


ข้อมูลพิพิธภัณฑ์
พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำราชมงคลตรัง เป็นหน่วยงานสังกัดสถาบันทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย วิทยาเขตตรัง มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นแหล่งจัดการเรียนการสอนให้กับนักศึกษาด้านประมง และเป็นแหล่งบริการความรู้เกี่ยวกับสัตว์น้ำให้กับประชาชนทั่วไป พิพิธภัณฑ์แบ่งส่วนจัดแสดงเป็น 3 ส่วน หลัก ประกอบด้วย

นิทรรศการและตู้แสดงสัตว์น้ำ จำนวน 70 ตู้ มีขนาดตั้งแต่ 1-50 ลูกบาศก์เมตร มีพันธุ์สัตว์น้ำจืด สัตว์น้ำเค็ม ทั้งสายพันธุ์ในและต่างประเทศกว่า 300 ชนิด เช่น ปลาช่อนอเมซอน ปลาอโรวาน่า ม้าน้ำ ปลาพาคู ปลาเสือพ่นน้ำ ปลากระโห้ เป็นต้น

ส่วนจัดแสดงความสามารถสัตว์ จัดแสดงและศึกษาชีววิทยาของแมวน้ำและนาก เพื่อศึกษาศักยภาพในการฝึกสอนและแสดง ซึ่งเป็ฯแมวน้ำจากแอฟริกาใต้ มีทั้งหมด 5 ตัว

ส่วนจัดแสดงพันธุ์สัตว์ป่า โดยมีสัตว์ป่าท้องถิ่นที่ใกล้สูญพันธุ์ จัดเลี้ยงไว้เพื่อการศึกษาทางชีววิทยาและการเพาะพันธุ์ รวมถึงเพื่อการอนุรักษ์สัตว์ท้องถิ่นของภาคใต้

นอกจากนี้ทางพิพิธภัณฑ์ยังจัดทำค่ายกิจกรรมต่างๆสำหรับนักเรียนนักศึกษา เช่น การเดินศึกษาทรัพยากรธรรมชาติป่าชายเลน ดำน้ำ พายเรือแคนู หรือฝึกอบรมเรื่องต่างๆ อาทิ การจัดตู้ปลา การเลี้ยงปลา การตรวจวัดคุณภาพน้ำ เป็นต้น
บริหารจัดการ
สถานศึกษา
ประเภทพิพิธภัณฑ์
เกษตร, วิทยาศาสตร์, การแพทย์, เทคโนโลยี, ชีวิตและธรรมชาติ
วัตถุจัดแสดงที่มีความสำคัญ / สิ่งที่น่าสนใจ
ส่วนจัดแสดงความสามารถสัตว์ของแมวน้ำและนาก


ที่อยู่และเบอร์ติดต่อ
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย วิทยาเขตตรัง เลขที่ 179 หมู่ 3 ตำบลไม้ฝาด อำเภอสิเกา จังหวัดตรัง 92150
โทรศัพท์ : 098-016 1076
โทรสาร : 075-204 069
วันและเวลาทำการ
  • เปิดทุกวัน เวลา 09.00–17.00 .
  • สาธิตการฝึกแมวน้ำโชว์
- วันธรรมดา เวลา 10.30 . และ 14.30 .       
- วันหยุดและวันหยุดพิเศษ เวลา 10.30 ./11.30 ./14.30 ./15.30 .          
ค่าเข้าชม
  • ผู้ใหญ่  ราคา 50   บาท     
  • เด็ก(อายุตั้งแต่ 3-12 ปี) ราคา 30   บาท      
  • หมู่คณะ(มีหนังสือขอความอนุเคราะห์) ราคา 20   บาท     

**หมายเหตุ** บัตรเข้าชม 1 ใบ สามารถเข้าชมได้ทุกกิจกรรม (พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำการแสดงแมวน้ำ ,สวนนก ,บ่อเต่าทะเล ฯลฯ)

รับจองล่วงหน้า
กรณีเข้าเยี่ยมชมเป็นหมู่คณะ ให้ทำหนังสือขอความอนุเคราะห์เข้าเยี่ยมชมเป็นหมู่คณะถึงผู้อำนวยการสถาบันทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม”  หากต้องการวิทยากรบรรยายให้ระบุมาในหนังสือ ฟอร์มหนังสือขอเข้าชม คลิกที่นี่ (หนังสือฉบับจริงไม่ต้องส่งมาก่อนวันเดินทาง) แต่ต้องลงทะเบียนจองผ่านหน้าเว็บ คลิกที่นี่ หรือจองเข้าชมทางโทรศัพท์ (098-016 1076 / 081-892 4186) ก่อนวันเดินทางไม่น้อยกว่า 2 วัน

***หนังสือฉบับจริงให้นำมายื่นในวันเดินทางมาเยี่ยมชม เคาน์เตอร์จำหน่ายบัตร

สอบถามเพิ่มเติม โทรศัพท์ 098-016 1076 หรือสายตรงผู้อำนวยการ 081-892 4186
ID Line : trang.aquarium  ,Facebook : Trang aquarium
สิ่งอำนวยความสะดวก
มีลานจอดรถ


ขอบคุณข้อมูลจาก https://www.museumthailand.com/

มทบ.24 เปิดรับสมัครสอบบรรจุเข้ารับราชการ เป็น พลอาสาสมัคร จำนวน 7 อัตรา

ตำแหน่งที่รับสมัคร
  • พลสารวัตร กองร้อยทหารสารวัตร มณฑลทหารบกที่ 24 จำนวน 3 อัตรา
  • ผู้คุม กองเรือนจำ มณฑลทหารบกที่ 24 จำนวน 3 อัตรา
  • พลดุริยางค์ หมวดดุริยางค์ มณฑลทหารบกที่ 24 จำนวน 1 อัตรา
คุณสมบัติโดยสังเขป
เพศชายอายุ 18 -  30 ปีบริบูรณ์
คุณสมบัติเฉพาะตำแหน่งพลสารวัตร ผู้คุม
ความสูง 168 ซม.ขึ้นไป ทหารกองหนุนประเภทที่ 1
การศึกษาชั้น ม.ต้น(ม.3)
คุณสมบัติเฉพาะตำแหน่งพลดุริยางค์
ความสูง 160 ซม.ขึ้นไป ทหารกองหนุนประเภทที่ 1
การศึกษาชั้น ม.ต้น(ม.3)
กำหนดการรับสมัคร
สมัครด้วยตนเอง ตั้งแต่วันที่ 3 เม.ษ. ถึง 5 เม.ษ. 2562 ในวันและเวลาราชการ
ณ ห้องสมุด กองบัญชาการมณฑลทหารบกที่ 24 ค่ายประจักษ์ศิลปาคม อำเภอเมืองอุดร จังหวัดอุดรธานี



ที่มาข้อมูลข่าวสาร มณฑลทหารบกที่ 24


สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม เปิดรับสมัครสอบบุคคลพลเรือนเพื่อเข้ารับราชการเป็นข้าราชการทหาร และจ้างงานเป็นพนักงานราชการ ประจำปี พ.ศ.2562 จำนวน 54 อัตรา


สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม เปิดรับสมัครสอบบุคคลพลเรือนเพื่อเข้ารับราชการเป็นข้าราชการทหาร และจ้างงานเป็นพนักงานราชการ ประจำปี พ.ศ.2562 จำนวน 54 อัตรา

กำหนดการรับสมัคร
เปิดรับสมัครตั้งแต่วันที่ 9 เมษายน - 3 พฤษภาคม 2562

สมัครทางเว็บไซต์
https://opsd.thaijobjob.com/ หรือ
http://opsd.mod.go.th/ หัวข้อ “การรับสมัครและสอบคัดเลือก”

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่ 02 2261397

ที่มาข้อมูลข่าวสาร เพจสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม

ศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการก่อการร้ายสากล(ศตก) เปิดรับสมัครสอบคัดเลือกทหารกองหนุนประเภทที่ 1 และ พลอาสาสมัครเพื่อบรรจุเข้ารับราชการ ใน ศูนย์ต่อต้านการก่อการร้าย สากล จำนวน 15 อัตรา

ตำแหน่งที่รับสมัคร
  • นายสิบโจมตี ชุดโจมตี แผนก ปฏิบัติการพิเศษ 10 อัตรา
  • พลซุ่มยิง ชุดซุ่มยิง แผนก ปฏิบัติการพิเศษ 4 อัตรา
  • พลยิงสนับสนุน แผนก ปฏิบัติการพิเศษ 1 อัตรา
คุณสมบัติของผู้รับสมัครโดยสังเขป
  • เพศชาย ทหารกองหนุนประเภท 1 พลอาสาสมัคร และอาสาสมัครทหารพราน
  • อายุไม่เกิน 25 ปีบริบูรณ์ (พลอาสาสมัคร อายุไม่เกิน 27 ปีบริบูรณ์)
  • สูงไม่ตำ่กว่า 165 ซม.
  • การศึกษา ม.6  หรือเทียบเท่าเกรดเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 2.5
  • สำเร็จหลักสูตรส่งทางอากาศ
  • หากสำเร็จหลักสูตรจู่โจมหรือรบพิเศษจะได้รับพิจารณาเป็นพิเศษ
กำหนดการรับสมัคร
สมัครด้วยตนเอง ตั้งแต่วันที่ 2 - 4 เม.ย. 2562 เวลา 09.00 - 15.30 น.ณ ศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการก่อการร้ายสากล(ศตก) ถนนนาวงประชาพัฒนา แขวงสีกัน เขตดอนเมือง กรุงเทพ ฯ

ดูรายละเอียดการรับสมัครได้ที่นี่
ที่มาข้อมูลข่าวสาร ศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการก่อการร้ายสากล http://ctoc.rtarf.mi.th/index.htm

กองทัพภาคที่ 3 มีความประสงค์รับสมัคร บุคคลพลเรือน และทหารกองหนุน เข้ารับราชการเป็น นายทหารประทวน จำนวน 2 อัตรา

ตำแหน่งที่รับสมัคร
  • เสมียน จำนวน 2 อัตรา (ชกท.111, 113, 311, 710, 711, 712, 716, 760, 768, 940, 941, 990)
คุณสมบัติของผู้สมัคร
  • ผู้สมัครต้องมีสัญชาติไทยโดยกำเนิด
  • ต้องเป็น ทหารกองหนุน / บุคคลพลเรือน ที่มีอายุตั้งแต่ 18 ปี บริบูรณ์ และไม่เกิน 30 ปี
  • เป็นผู้ที่มีร่างกายสมบูรณ์แข็งแรง ไม่มีโรคที่ขัดต่อการรับราชการทหาร
  • มีความประพฤติเรียบร้อย ไม่เป็นผู้ที่ต้องโทษจำคุก
  • เป็นผู้ที่เลื่อมใสในการปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข
  • ไม่เป็นผู้ที่มีหนี้สินล้นพ้นตัวหรือเป็นบุคคลล้มละลายตามคำพิพากษาของศาล
  •  ไม่เป็นผู้ที่เคยถูกให้ออกจากราชการ
  • คุณวุฒิทางการศึกษา : สำเร็จการศึกษาชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 หรือเทียบเท่าขึ้นไป
  • สำหรับผู้ที่มีคุณวุฒิสูงกว่าที่กำหนดไว้ จะใช้คุณวุฒิต่างๆ ที่สูงกว่านั้น มาเรียกร้องสิทธิ์บรรจุตามคุณวุฒิที่ตนมีอยู่ไม่ได้
รับสมัครตั้งแต่บัดนี้ ถึง 5 เม.ย. 62
สถานที่รับสมัคร กองกำลังพล กองทัพภาคที่ 3 ค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ตำบลบ้านคลอง อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก 65000โทร 055-241-842 หรือ 055-245-070 ถึง 9 ต่อ 73322

หมายเหตุ : ผู้ที่ได้เข้ารับการบรรจุ จะต้องไปปฏิบัติงานอยู่ที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้

ดูรายละเอียดการรับสมัครได้ที่นี่

กองพลทหารราบที่ 15 เปิดรับสมัคร ทหารกองหนุน เพื่อบรรจุเข้ารับราชการ(อัตราสิบเอก) จำนวน 11 อัตรา


กองพลทหารราบที่ 15 นายทหารประทวนอัตราสิบเอก จำนวน 11 อัตรา
ตำแหน่งและอัตราที่เปิดรับสมัคร

  • เสมียนพิมพ์ดีด  จำนวน 1 อัตรา
  • เสมียนส่งกำลัง  จำนวน 1 อัตรา
  • เสมียนกองร้อย  จำนวน 1 อัตรา
  • เสมียนงบประมาณ  จำนวน 1 อัตรา
  • พลขับ  จำนวน 6 อัตรา
  • นายสิบห้องล้างภาพ จำนวน 1 อัตรา

คุณสมบัติของผู้รับสมัครโดยสังเขป
เป็นเพศชาย อายุไม่ต่ำกว่า 22 ปี บริบูรณ์ไม่เกิน 30 ปีบริบูรณ์ นับถึงวันรับสมัคร
ไม่เป็นผู้มีร่างกายทุพพลภาพหรือมีโรคที่ขัดต่อการรับราชการทหาร (เฉพาะผู้ผ่านการตรวจเลือกทหารแล้วต้องมีความสูง 155 ซม. รอบออก 76/79 ซม.)
นายสิบกองหนุน จ่าสิบตรี - จ่าสิบเอก ไม่มีสิทธิ์สมัครสอบ
ผู้ที่ได้รับการบรรจุต้องปฏิบัติงานสังกัด พล.ร.15 อย่างน้อย 7 ปี
คุณสมบัติเฉพาะตำแหน่ง
เสมียนพิมพ์ดีด  เสมียนส่งกำลัง  เสมียนกองร้อย  
  • ทหารกองหนุน อายุไม่ต่ำกว่า 22 ปี บริบูรณ์ไม่เกิน 30 ปีบริบูรณ์
  • การศึกษา ม.ปลายหรือเทียบเท่า
  • มีความรู้ใช้คอมพิวเตอร์ได้ดี
เสมียนงบประมาณ
  • ทหารกองหนุน อายุไม่ต่ำกว่า 22 ปี บริบูรณ์ไม่เกิน 30 ปีบริบูรณ์
  • การศึกษาปวช.สาชาบัญชีเท่านั้น
  • มีความรู้ใช้คอมพิวเตอร์ได้ดี
พลขับ
  • ทหารกองหนุน อายุไม่ต่ำกว่า 22 ปี บริบูรณ์ไม่เกิน 30 ปีบริบูรณ์
  • การศึกษา ม.ต้นหรือเทียบเท่า
  • มีใบอนุญาตขับขี่รถ
นายสิบห้องล้างภาพ 
  • ทหารกองหนุน อายุไม่ต่ำกว่า 22 ปี บริบูรณ์ไม่เกิน 30 ปีบริบูรณ์
  • การศึกษา ปวช.สาขาวิจิตรศิลป์เท่านั้น
  • มีความรู้ด้านการถ่ายภาพ และล้างภาพ พิม์ภาพ
  • มีความรู้ใช้คอมพิวเตอร์ได้ดี
รับสมัครตั้งแต่ 25 มี.ค.62  ถึง 10 เม.ย. 62
สถานที่รับสมัคร ฝ่ายกำลังพล กองพลทหารราบที่ 15 ต.บ่อทอง อ.หนองจิก จ.ปัตตานี โทร 073-424021 หรือ 094-950-1265




ที่มาข้อมูลข่าวสาร  กองพลทหารราบที่ 15  https://www.facebook.com/infdiv15/

อ่านอย่างไรให้จำ ให้มันเข้าสมองเพื่อสอบ ตอนที่ 1

เตรียมตัวเองเพื่อการอ่านและจดจำ(เน้นหาอาจมีคำที่อ่านแล้วระคายหู ถ้าไม่ชอบก็ผ่านไปได้เลย)
ตำราเหมือนยาขมแต่ไม่อ่านวันนี้ก็ไม่ถึงจุดหมายในวันหน้า เพราะชีวิตไม่ได้มีแต่การสอบอย่างเดียว ต่อไปในชีวิตการทำงานการอ่านคือปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เราดำเนินงาน หรือแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นลุ่ล่วงได้ด้วยดี
รู้อย่างนี้เรามาหาวิธีกลืนยาขมเม็ดนี้ไปด้วยกัน

1.อย่าคิดว่าหนังสือ คือ ยาขมทำใจให้สนุก รู้ว่าเป้าหมายการอ่านเนื้อหาคืออันใด ถามตัวเองว่า “ ทำไมตูต้องอ่านตำราเล่มนี้ฟะ” หรือ “สูจะเอาอะไรจากตำราเล่มนี้ไปใช้ไปสอบ หรือตอบโจทย์อะไรในชีวิตของสูกันแน่” "ตำราเล่มนี้เพื่ออนาคตสูเอง" ด้วยการมีจุดประสงค์กำหนดจุดยืนว่าสูจะเอาอย่างไรกันแน่อ่านมันไปทำเพื่ออะไร อ่านเพื่อเอามัน เอาความรู้ไปสอบ เอาไปโม้หรือแก้ปัญหาในหน้าที่การงานของสูทั้งหลาย

2.ทำความคุ้นเคยกับหัวข้อ ทำความคุ้นเคยกับหัวข้อโดยทำการค้นหาทางอินเทอร์เน็ตอย่างรวดเร็ว ยิ่งสูเข้าใจและรู้เกี่ยวกับหัวข้อใดมากเท่าใดก็ยิ่งมีความเป็นไปได้ที่จะสร้างความสัมพันธ์และจดจำข้อมูลได้ดีขึ้น
ตัวอย่าง เช่น หากสูกำลังอ่านเกี่ยวกับศาสนาอิสลามให้พิมพ์“ อิสลาม” ในเครื่องมือค้นหาของสูไม่ว่าจะเฮียกู๋ ยาฮู จากนั้นคลิกที่บทความตัวอย่าง เช่น บทความ Wikipedia และอ่านทำความคุ้นเคยดูซะ กับหลักการพื้นฐานของศาสนาอิสลาม

3.สำรวจเนื้อหาทั้งหมดก่อนที่จะอ่านเนื้อหา อ่านที่มันสนุกสนใจที่สุด ให้จดหัวข้อ ส่วนหัวรูปภาพตารางคำย่อแผนภูมิและย่อหน้า มุ่งเน้นไปที่ข้อมูลสำคัญที่ตอบสนองวัตถุประสงค์ของสูในการอ่านเนื้อหา (อันไหนยากน่าเบื่อไว้อ่านสุดท้าย แต่ต้องอ่านอยู่ดี) มายด์แมบทำบ้างก็ดีแล้วจะมาเล่าให้ฟังว่าทำไง

การตัดเนื้อหาทำให้เพื่อให้มุ่งเน้นสำคัญและช่วยให้สูกำหนดภาพเนื้อหาที่ใหญ่ขึ้นซึ่งจะทำให้จดจำข้อมูลสำคัญได้ง่ายขึ้น

4.อ่านในส่วนสั้น ๆ การอ่านเมื่อสูเจ้าไม่สามารถโฟกัสสมาธิไปกับการอ่านนานๆได้ ดังนั้นเพื่อให้โฟกัสการอ่านได้สูงสุด ควรแบ่งการอ่านเป็นช่วงสั้น ๆ ตัวอย่าง เช่น อ่านเฉพาะส่วนหรืออ่านเพียงครั้งละ 10 ถึง 15 นาที หลังจากอ่านหัวข้อแล้วอ่านสิ่งที่สูเพิ่งอ่านในใจ

เพิ่มความอดทนในการอ่านโดยเพิ่มจำนวนเวลาที่สูต้องอ่านในแต่ละวันหรือทุกสัปดาห์ ตัวอย่าง เช่น หากสูอ่านสั้น ๆ ประมาณ 10 ถึง 15 นาทีหนึ่งสัปดาห์ให้อ่านเพิ่มเป็นประมาณ 20 ถึง 25 นาทีในสัปดาห์หน้า

ยังๆยังไม่จบยังเหลือตอนที่ 2 กับคัมภีร์สู่ความสำเร็จในการอ่านและจดจำ

แปลและดัดแปลงจากบทความ https://www.wikihow.com/Remember-What-You-Read
โดยแอดมิน @Armyetc

วิธีทำลายชีวิตลูกด้วยมือท่านเอง ( โดยไม่รู้ตัว )

ภาพจาก facebook.com/nieceandnimmom/
ผ่านไปดู Pantip และกับข่าวในสังคมทุกวันเรื่องลูก เรื่องครอบครัวกับการเลี้ยงดู กับวลี"ลูกฉันเป็นคนดี" ที่ได้ยินผ่านสื่อหรือโซเชียลบ่อยครั้งหรือตามที่คนสมัยก่อนมักกล่าวไว้คือ "พ่อแม่รักแกฉัน" คุณกำลังทำอย่างนั้นหรือเปล่า แอดมินก็ต้องหันมาเช็คเหมือนกันว่า ผมได้ทำอย่างนั้นกับลูกสาวทั้งสองคนแบบนั้นหรือเปล่า ลองมาเช็คแล้วปรับกันดูนะครับ

โดยครูนพพร. อินสว่าง (ลูกสองครับ)

1.นำความฝันของตนเองมาตั้งเป้าหมายให้ลูก จนบางครั้งลืมมองความฝันของลูกว่าอยากเป็นอะไร ( แต่ถ้าเรากับลูกฝันเหมือนกันก็สนับสนุนกันไปให้เต็มเหนี่ยว)

2.เปรียบเทียบลูกตัวเองกับลูกชาวบ้านเสมอ ทั้งๆที่จริงๆแล้วเด็กทุกคนมีดีในตัวเองทุกคน

3.สร้างแรงกดดันในการเรียนและยัดเยียดห้องเรียนอัจฉริยะให้

4.ปกป้องลูกจากอุปสรรคและปัญหาทุกอย่างในชีวิต โดยลืมนึกว่าเราไม่ได้มีอายุถึง 200 ปี

5.ขโมยเวลาที่มีค่าในการเรียนรู้ชีวิตของลูก เพื่อไปเรียนกวดวิชาอย่างบ้าคลั่ง โดยเชื่อว่าจะสามารถสร้างอนาคตให้ลูกได้

6.มองสิ่งที่ลูกชอบหรือถนัดเป็นสิ่งไร้สาระ ไม่มีคุณค่า
ภาพจาก facebook.com/nieceandnimmom/


7.มีความเชื่อเสมอว่าการทำทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อเข้าเรียนโรงเรียนดังๆได้ จะทำให้ลูกมีโอกาสประสบความสำเร็จมากกว่าคนอื่น( เด็กที่เรียนจบจากโรงเรียนวัดแต่มีทักษะการเรียนรู้และเป็นคนดีก็ประสบความ สำเร็จได้ครับ)

8.ตีกรอบความคิดเรื่องอาชีพว่า หมอ วิศวะ ตำรวจ ครู ทหารและอาชีพข้าราขการต่างๆ คืออาชีพที่ดีที่สุด มั่นคงที่สุดและประสบความสำเร็จที่สุดถ้าเป็นได้ จนลืมมองอาชีพในโลกว่ายังมีอาชีพอีกมากมายที่สามารถประสบความสำเร็จได้ ( เด็กไทยเองหลายๆคนพิสูจน์แล้วว่าประสบความสำเร็จได้ตั้งแต่เรียนไม่จบด้วยซ้ำ )

9.เข้าใจว่าเกรดหรือผลการเรียนคือใบเบิกทางสู่ความสำเร็จ ในการทำงาน แต่จริงๆแล้วความสำเร็จจริงๆวัดจากทักษะในการทำงานจริงๆต่างหาก
...ต่อให้ได้เกียรตินิยม ทำงานไปหกเดือนแล้วผลงานห่วย เข้ากับใครไม่ได้ เขาก็ไม่จ้างครับ
...มันมีอะไรที่มากกว่าแค่เกรดครับ ที่จะมาการันตีความสำเร็จ หรือแค่ใบปริญญา

10.เชื่อเสมอว่าสิ่งที่ลูกทำถูกต้องที่สุด ทุกคนที่มีปัญหากับลูกเลวหมด ให้ท้ายลูกเสมอ

11.(เพิ่มให้) สร้างค่านิยมว่าความสำเร็จในชีวิตวัดที่การยกระดับฐานะทางการเงิน โดยไม่สอนให้ลูก ยกระดับจิตใจคุณธรรม เสียสละและแบ่งปัน

ป.ล. อย่าเพิ่งเชื่อผมก็ได้ แต่ลองอ่านดูครับ
...ชีวิตเป็นของลูก ไม่ใช่ของเราครับ

บทความโดย

ครูนพพร. อินสว่าง ( ไม่น่ายุ่งเลยเรา ลูกใครเขาก็ดูเองเนอะ )

สำนักงานเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (สทส.) รับสมัครสอบบุคคลภายนอกวุฒิประกาศนียบัตรวิชาชีพหรือเทียบเท่า เป็นข้าราชการตำรวจชั้นประทวน จำนวน 125 อัตรา

สำนักงานเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (สทส.) จำนวนที่รับสมัคร 125 อัตรา
ตำแหน่งที่รับสมัครและคุณสมบัติโดยสังเขป
กลุ่มงานเทคนิค
1. ทำหน้าที่ช่างไฟฟ้าสื่อสารและหน้าที่พนักงานวิทยุ จำนวน 90 อัตรา
รับเพศชายหรือเพศหญิง
อายุ 18 – 35 ปีบริบูรณ์ (ภายในวันสุดท้ายของการรับสมัคร)
รับวุฒิ ปวช. ทางช่างไฟฟ้า ช่างอิเล็กทรอนิกส์ ช่างวิทยุ หรือช่างโทรคมนาคม

2. ทำหน้าที่ควบคุมเครื่องพิวเตอร์ จำนวน 15 อัตรา
รับเพศชายหรือเพศหญิง
อายุ 18 – 35 ปีบริบูรณ์ (ภายในวันสุดท้ายของการรับสมัคร)
รับวุฒิ ปวช. ทางช่างยนต์ ช่างกลโรงงาน ช่างไฟฟ้า ช่างอิเล็กทรอนิกส์
ช่างวิทยุและโทรคมนาคม หรือคอมพิวเตอร์

3. ทำหน้าที่พลขับ จำนวน 20 อัตรา
รับเพศชาย
อายุ 18 – 35 ปีบริบูรณ์ (ภายในวันสุดท้ายของการรับสมัคร)
รับวุฒิ ปวช. ทุกสาขา
ต้องมีใบอนุญาตขับรถยนต์

** ชายต้องมีความสูงไม่ต่ำกว่า 160 ซม. หญิงต้องมีความสูงไม่ต่ำกว่า 150 ซม.
** ต้องไม่มีภาระทางทหาร
ดูรายละเอียดการรับสมัคร
เลือกที่นั่งสอบข้อเขียนไม่ได้

รับสมัครผ่านทางระบบอินเตอร์เน็ตตลอด 24 ชม.ตั้งแต่วันที่ 12 มี.ค. -1 เม.ย. 62 เว็บไซต์ กองการสอบ กองบัญชาการศึกษา สำนักงานตำรวจแห่งชาติ http://www.policeadmission.org

สำนักงานเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (สทส.) อาคาร 8 ชั้น 2 สำนักงานตำรวจแห่งชาติโทรศัพท์ 0 2205 1526

สถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ (องค์การมหาชน) เรื่อง ประกาศรับสมัครบุคคลเพื่อคัดเลือกเป็นเจ้าหน้าที่ ประจำปีงบประมาณ 2562 ครั้งที่ 3

สถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ (องค์การมหาชน) มีความประสงค์รับสมัครบุคคลเพื่อคัดเลือกเป็นเจ้าหน้าที่ ประจำปีงบประมาณ 2562 ครั้งที่ 3 จำนวน 9 ตำแหน่ง 11 อัตรา ตั้งแต่บัดนี้ จนถึงวันที่ 22 มีนาคม 2562 (ไม่เสียค่าใช้จ่ายในการสมัครงาน) รายละเอียดดังต่อไปนี้

2. ตำแหน่งที่เปิดรับสมัคร จำนวน 9 ตำแหน่ง 11 อัตรา ดังนี้
2.1 เจ้าหน้าที่กฎหมาย สังกัด CLD (จำนวน 2 อัตรา) รายละเอียดคลิก
2.2 เจ้าหน้าที่พัฒนานโยบายและกลยุทธ์ สังกัด SSD (จำนวน 2 อัตรา) รายละเอียดคลิก
2.3 เจ้าหน้าที่แผนและงบประมาณ (ประสบการณ์ทำงานรวม 5 ปี) สังกัด SPB (จำนวน 1 อัตรา) รายละเอียดคลิก
2.4 เจ้าหน้าที่แผนและงบประมาณ (ประสบการณ์ทำงานรวม 1 ปี) สังกัด SPB (จำนวน 1 อัตรา) รายละเอียดคลิก
2.5 เจ้าหน้าที่อาชีวอนามัยและความปลอดภัยในการทำงาน สังกัด SQM (จำนวน 1 อัตรา) รายละเอียดคลิก
2.6 เลขานุการ สังกัด CSD (จำนวน 1 อัตรา) รายละเอียดคลิก
2.7 เจ้าหน้าที่บัญชี สังกัด AAC (ประสบการณ์ทำงานรวม 5 ปี) (จำนวน 1 อัตรา) รายละเอียดคลิก
2.8 เจ้าหน้าที่บัญชี สังกัด AAC (ประสบการณ์อย่างน้อย 1 ปี) (จำนวน 1 อัตรา) รายละเอียดคลิก
2.9 เจ้าหน้าที่จัดหา สังกัด APC (จำนวน 1 อัตรา) รายละเอียดคลิก

3. กำหนดการสรรหาและคัดเลือกบุคคลเข้าเป็นเจ้าหน้าที่ ประจำปีงบประมาณ 2562 ครั้งที่ 3 : ผู้สมัครสามารถยื่นใบสมัคร พร้อมเอกสารประกอบการสมัครงานให้ครบถ้วน ได้ตั้งแต่บัดนี้ จนถึงวันที่ 22 มีนาคม 2562 รายละเอียดคลิก

4. การยื่นใบสมัคร : ผู้สมัครสามารถดาวน์โหลดใบสมัคร (File Word) ได้ที่หรือดาวน์โหลดใบสมัคร (FilePDF) รายละเอียดคลิก

ให้ผู้สมัครกรอกรายละเอียดพร้อมรับรองสำเนาถูกต้องในเอกสารประกอบการสมัครงานทุกฉบับให้ครบถ้วน ส่งถึงฝ่ายทรัพยากรบุคคล 3 ช่องทาง ได้แก่

4.1 ยื่นใบสมัครด้วยตนเองได้ที่สถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ (องค์การมหาชน) อาคารสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม (แจ้งวัฒนะ) ชั้น 5 ในวันและเวลาราชการ เวลา 08.30-16.30 น.

4.2 ส่งทางไปรษณีย์ จ่าหน้าซองถึงฝ่ายทรัพยากรบุคคล สถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ (องค์การมหาชน) อาคารสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม (แจ้งวัฒนะ) ชั้น 5 เลขที่ 47/433 หมู่ 3 ต.บ้านใหม่ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี 11120 วงเล็บมุมซองล่างด้านขวา (สมัครงาน) โดยจะถือวันที่ ลงประทับตราไปรษณีย์ภายในวันที่ 22 มีนาคม 2562 เป็นสำคัญ

หมายเหตุ **(กรณีผู้สมัครส่งเอกสารทางไปรษณีย์ให้ผู้สมัครสแกนสำเนาเอกสารผ่านทางอีเมล์ มาที่ recruitment@dti.or.th ก่อนเพื่อป้องกันเอกสารสมัครงานมาถึง สทป.ล่าช้า)**

4.3ส่งใบสมัครพร้อมหลักฐานประกอบการสมัครงานผ่านทางอีเมล์ มาที่ recruitment@dti.or.th และให้ผู้สมัครส่งใบสมัครฉบับจริงพร้อมเอกสารประกอบการสมัคร โดยรับรองสำเนาถูกต้องในเอกสารทุกฉบับส่งในวันทดสอบภาคทฤษฎี

5. เอกสารประกอบการสมัคร

5.1 รูปถ่ายขนาด 1 นิ้ว หน้าตรงไม่สวมหมวกจำนวน 3 รูป (ถ่ายในครั้งเดียวกันและถ่ายในระยะเวลาไม่เกิน 6 เดือน)
5.2 สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน และ สำเนาทะเบียนบ้าน
5.3 สำเนา Transcripts (ตรี โท เอก) และ/หรือ สำเนาปริญญาบัตร (ตรี โท เอก)
5.4 สลิปเงินเดือนฉบับจริง หรือหนังสือรับรองเงินเดือนโดยให้ระบุวันที่เริ่มงานจริงในปัจจุบัน
5.5 สำเนาหลักฐานทางทหาร เช่น สด.8, สด.43 หรือ สด.3 เป็นต้น (เฉพาะผู้สมัครชาย)
5.6 หนังสือรับรองการผ่านงาน จากหน่วยงานหรือบริษัทที่เคยปฏิบัติงาน (ถ้ามี)
5.7 สำเนาใบประกาศนียบัตร / เกียรติบัตร (ถ้ามี)
5.8 อื่นๆ เช่น สำเนาเอกสารการเปลี่ยนชื่อ และ/หรือ นามสกุล, สำเนาทะเบียนสมรส (ถ้ามี)
สถาบันขอสงวนสิทธิ์ในการพิจารณาคัดเลือกใบสมัครเฉพาะผู้ที่ยื่นใบสมัคร พร้อมทั้งเอกสารประกอบการสมัครครบถ้วนเท่านั้น

6. ขั้นตอนการคัดเลือก

6.1 คัดเลือกคุณสมบัติผู้สมัครจากใบสมัคร โดยพิจารณาจากคุณวุฒิการศึกษา, ประสบการณ์ทำงานรวม, ประสบการณ์ตรงในตำแหน่งงาน ข้อมูลหรือหลักฐานอื่นๆ ที่แสดงในใบสมัคร ทั้งนี้ผู้สมัครที่มีคุณสมบัติเหมาะสมกับตำแหน่งงานมากที่สุดเท่านั้นจึงจะได้รับการพิจารณาให้มีสิทธิสอบภาคทฤษฎี

6.2 ผู้สมัครที่ได้รับการคัดเลือกให้มีสิทธิสอบภาคทฤษฎีต้องทำการทดสอบ 3รายวิชา ได้แก่ ความรู้เกี่ยวกับงานในตำแหน่งหน้าที่, ความรู้ภาษาอังกฤษ, ความรู้คอมพิวเตอร์สำหรับงานสำนักงานและความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับสถาบัน โดยผู้สมัครที่มีคะแนนสอบภาคทฤษฎีเกินกว่ากึ่งหนึ่งจึงจะมีสิทธิ์เข้ารับการสัมภาษณ์และทดสอบทางจิตวิทยา

6.3 ผู้สมัครที่มีสิทธิ์เข้ารับการสัมภาษณ์และทดสอบทางจิตวิทยา ต้องเข้ารับการสัมภาษณ์จาก คณะกรรมการคัดเลือกเจ้าหน้าที่ รวมทั้งต้องเข้าทดสอบทางจิตวิทยา หากผู้สมัครที่ไม่เข้ารับการทดสอบจิตวิทยาหรือทดสอบทางจิตวิทยาไม่ผ่าน สถาบันจะไม่รับบรรจุเข้าเป็นเจ้าหน้าที่ในทุกกรณี

6.4 ผู้สมัครที่มีคะแนนสอบภาคทฤษฎีและคะแนนการสัมภาษณ์ เกินกว่าร้อยละ 60ของคะแนนสอบทั้งหมด รวมทั้งผ่านการทดสอบทางจิตวิทยา จึงจะมีสิทธิได้รับการคัดเลือกเป็นเจ้าหน้าที่

หากตำแหน่งงานใดมีผู้สมัครที่ได้รับการคัดเลือกเป็นเจ้าหน้าที่แล้ว แต่ยังมีผู้สมัครคนอื่นๆ ที่มีคะแนนสอบผ่านตามเกณฑ์ที่กำหนดและมีคุณสมบัติเหมาะสม สถาบันอาจขึ้นบัญชีผู้สมัครดังกล่าวเป็นผู้ผ่านการคัดเลือก โดยจะประกาศหรือแจ้งให้รับทราบ และผู้สมัครที่ได้รับการขึ้นบัญชีอาจได้รับการบรรจุเข้าเป็นเจ้าหน้าที่ในภายหลังเมื่อมีตำแหน่งงานว่างที่เหมาสะม

6.5 ขอให้ผู้สมัครที่เข้ารับการสอบภาคทฤษฎี หรือสอบสัมภาษณ์ กรุณาแต่งกายด้วยชุดสุภาพ, สวมรองเท้าหนังหุ้มส้น (รองเท้าคัทชู) ข้าราชการสามารถแต่งเครื่องแบบเข้าสอบได้ โดยสถาบันขอสงวนสิทธิ์ให้เฉพาะผู้สมัครที่แต่งกายสุภาพเรียบร้อยเท่านั้นเข้ารับการทดสอบ

7. ผู้สมัครต้องรับผิดชอบในการตรวจสอบและรับรองตนเองว่าเป็นผู้มีคุณสมบัติตรงตามด้านและระดับตำแหน่งที่สมัครเข้ารับการคัดเลือก และต้องกรอกรายละเอียดต่างๆให้ถูกต้องครบถ้วนตามความเป็นจริง ในกรณีที่มีความผิดพลาดอันเกิดจากผู้สมัคร หรือตรวจสอบพบว่าเอกสารหลักฐานซึ่งผู้สมัครนำมายื่นมีการปลอมแปลงเอกสารหลักฐานและไม่ครบถ้วนตามที่กำหนด หรือแจ้งข้อมูลอันเป็นเท็จเพื่อให้ได้รับการคัดเลือกเป็นเจ้าหน้าที่ สถาบันขอสงวนสิทธิ์ในการตัดสิทธิ์สอบ ยกเลิกสัญญาทดลองงาน หรือสัญญาจ้างแล้วแต่กรณี

8. ผลการพิจารณาคัดเลือกผู้สมัครของสถาบันฯ ถือเป็นที่สิ้นสุด

หากมีข้อสงสัยกรุณาสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ ฝ่ายทรัพยากรบุคคล สถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ (องค์การมหาชน) โทร. 02-980-6688 ต่อ 2843,1133 email : recruitment@dti.or.th