บล็อกข่าวสารสาระ เรื่องราวในแวดวงทหารและตำรวจ

โรงเรียนนายร้อยตำรวจ จะประกาศรับสมัครและสอบคัดเลือกข้าราชการตำรวจ บุคคลภายนอก (หญิง) เข้าเป็นนักเรียนนายร้อยตำรวจและบุคคลภายนอกเข้าเป็นนักเรียนเตรียมทหาร ในส่วนของสำนักงานตำรวจแห่งชาติประจำปีการศึกษา 2558

โรงเรียนนายร้อยตำรวจ จะประกาศรับสมัครและสอบคัดเลือกข้าราชการตำรวจบุคคลภายนอก (หญิง) เข้าเป็นนักเรียนนายร้อยตำรวจและบุคคลภายนอกเข้าเป็นนักเรียนเตรียมทหาร ในส่วนของสำนักงานตำรวจแห่งชาติประจำปีการศึกษา 2558

ประมาณเดือน พ.ย. 2557

เว็บไซต์ www.rpca.ac.th และ www.rpca-admission.com
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร 0 3431 1103 หรือ 0 3431 2009 ต่อ 126
.......................................


ขอบคุณภาพจาก รร.นรต.

1.ระเบียบการทั่วไปของผู้สมัครเข้าเป็นนักเรียนเตรียมทหารในส่วนของสานักงานตำรวจแห่งชาติ
พื้นความรู้และคุณสมบัติของผู้สมัครเข้าเป็นนักเรียนเตรียมทหารในส่วนของสานักงานตำรวจเเห่งชาติ
ผู้สมัครเข้าเป็นนักเรียนเตรียมทหารในส่วนของสานักงานตำรวจเเห่งชาติต้องมีพื้นฐานความรู้ และคุณสมบัติ ต่อไปนี้
1.สำเร็จการศึกษาชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 (ม.3) หลักสูตรกระทรวงศึกษาธิการ หรือเทียบเท่า
2.อายุไม่ต่ำกว่า 14 ปีบริบูรณ์ และไม่เกิน 17 ปีบริบูรณ์ ในปีที่จะเข้ารับการศึกษาเป็นนักเรียนเตรียมทหาร การนับอายุให้นับตามกฎหมายว่าด้วยการรับราชการทหาร
3.มีสัญชาติไทยโดยกำเนิด เเละบิดามารดามีสัญชาติไทยโดยกาเนิด แต่ถ้าบิดาเป็นนายทหารสัญญาบัตร นายตารวจสัญญาบัตรหรือ นายทหารชั้นประทวน นายตารวจชั้นประทวน ซึ่งมีสัญชาติไทยโดยกาเนิดเเล้ว มารดาจะมิใช่ผู้มีสัญชาติไทยโดยกาเนิดก็ได้
4.มีอวัยวะ รูปร่าง ลักษณะท่าทาง ขนาดของร่างกายเหมาะสมแก่การเป็นทหารหรือตารวจ ไม่เป็นโรคตามที่กาหนดไว้ในกฎกระทรวงตามความในกฎหมาย ว่าด้วยการรับราชการทหารและกฎกระทรวงออกตามความในกฎหมาย ว่าด้วยระเบียบข้าราชการตารวจ ตามที่กองบัญชาการทหารสูงสุดกำหนดรายละเอียดไว้ในผนวกท้ายระเบียบ ( รายละเอียดตามผนวก ก )
5.เป็นชายโสด ไม่เคยมีความประพฤติเสื่อมเสียทางเพศ หรือติดต่อ ได้เสียกับหญิง ถึงขั้นที่จะถือว่าเป็นผู้มีภรรยา
6.เป็นผู้มีความประพฤติเรียบร้อย ไม่บกพร่องในศีลธรรมอันดี มีอุดมการณ์ เลื่อมใสในระบอบการปกครองเเบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษตริย์เป็นประมุข และมีผู้ปกครองดูเเลความประพฤติ
7.ไม่เป็นผู้มีหนี้สินล้นพ้นตัว และไม่เคยเป็นบุคคลล้มละลาย
8.ไม่เป็นผู้ที่อยู่ในระหว่างเป็นผู้ต้องหาหรือจาเลยในคดีอาญา และไม่เคยต้องโทษจาคุกตาม คำพิพากษาคดีถึงที่สุด เว้นเเต่ ความผิดที่กระทาโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ
9.ไม่เป็นผู้ที่อยู่ในระหว่างพักราชการ หรือหนีราชการ
10.ไม่เป็นผู้ที่เคยถูกไล่ออกจากโรงเรียน หรือถูกปลดออกเพราะความผิด หรือถูกไล่ออกจากราชการ
11.ไม่เป็นผู้เสพยาเสพติด หรือสารเคมีให้โทษที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ
12.บิดามารดาและผู้ปกครองเป็นผู้มีอาชีพสุจริตอันชอบธรรม หรือมีหลักฐานเชื่อถือได้
13.เป็นผู้ที่ได้รับอนุญาตจากบิดา มารดา และผู้ปกครองให้สมัครเข้าเป็นนักเรียนเตรียมทหาร
14.ต้องมีผู้ปกครองหรือผู้รับรองซึ่งสามารถรับรองข้อความเเละพันธกรณีตามที่กองบัญชาการทหารสูงสุดกำหนดไว้
15.ต้องไม่มีพันธกรณีผูกพันกับองค์กรของรัฐบาลหรือเอกชน อันจะเป็นอุปสรรคต่อการศึกษา
16.ไม่เป็นผู้ที่เคยทุจริตในการสมัครหรือในการสอบคัดเลือกมาเเล้ว
17.พื้นความรู้และคุณสมบัติดังกล่าวนี้ แม้ปรากฏว่าเป็นความเท็จภายหลังที่เข้ารับนักเรียนเตรียมทหารเเล้วก็ตามจะต้องออกจากความเป็นนักเรียนเตรียมทหารทันที
ผู้ไม่มีสิทธิสมัครเข้าเป็นนักเรียนเตรียมทหาร
1.ไม่มีคุณสมบัติ และลักษณะครบถ้วนตามที่ระบุข้างต้น
2.ผู้ที่เคยถูกถอนทะเบียนออกจากความเป็นนักเรียนเตรียมทหาร

ผู้สมัครที่มีสิทธิได้รับคะเเนนเพิ่มพิเศษ
1.บุตรของข้าราชการตำรวจ หรือราชการในสังกัดกระทรวงกลาโหมที่มีเวลารับราชการดังต่อไปนี้ให้ได้รับคะเเนนเพิ่มตามลาดับ
1.1 รับราชการไม่น้อยกว่า 15 ปี หรือได้รับพระราชทานเหรียญจักรมาลา เพิ่มให้ร้อยละ 4 ของคะเเนนเต็ม
1.2 รับราชการไม่น้อยกว่า 10 ปี เพิ่มให้ร้อยละ 3 ของคะเเนนเต็ม
1.3 รับราชการไม่ถึง 10 ปี เพิ่มให้ร้อยละ 2 ของคะเเนนเต็ม
ระยะเวลารับราชการ ให้นับตั้งเเต่วันเข้ารับราชการถึงวันที่ 1 พฤษภาคม ของปีรับสมัคร

2.บุตรของข้าราชการตารวจ ทหาร ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ของรัฐ พนักงานราชการ หรือลูกจ้าง ซึ่งได้ปฏิบัติหน้าที่ราชการในระหว่างเวลามีการรบ หรือสงคราม หรือมีการปราบจลาจล หรือในระหว่างเวลาที่มีพระบรมราชโองการประกาศกฎอัยการศึก หรือมีการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน ตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินหรือในระหว่างเวลาที่สั่งให้เป็นนักดาเรือดาน้า ซึ่งมีสิทธิได้รับเวลาราชการทวีคูณตามกฎหมาย ว่าด้วยบาเหน็จบานานข้าราชการ เพิ่มให้ร้อยล่ะ 3 ของคะเเนนเต็ม
บุตรของข้าราชการตารวจ ทหาร ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ของรัฐ พนักงานราชการ หรือลูกจ้าง ซึ่งได้ปฏิบัติหน้าที่ทางยุทธการร่วมกับทหาร ระหว่างเวลาที่มีการซ้อมรบหรือการสงคราม หรือมีการปราบจลาตล หรือในระหว่างเวลาที่มีพระบรมราชโองการประกาศใช้กฎอัยการศึก หรือ มีการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน ตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการในสถานการฉุกเฉิน หรือในระหว่างเวลาที่สั่งให้เป็นนักดาเรือดาน้าหรือปฏิบัติหน้าที่สารวจจัดทาหลักเขตเเดนระหว่างประเทศ ซึงมีสิทธิได้รับเวลาราชการทวีคูณตามกฎหมาย ว่าด้วยบาเหน็จบานาญข้าราชการเพิ่มให้ร้อยละ 5 ของคะเเนนเต็ม
พลเรือนหรือบุตรของพลเรือน ซึ่งได้ปฏิบัติหน้าที่ทางยุทธการร่วมกับทหารในการป้องกันและรักษาความมั่นคงของราชอาณาจักรจากภัยคุกคามภายนอกและภายในประเทศ เพิ่มให้ร้อยละ 5 ของคะเเนนเต็ม

3.บุตรของข้าราชการตำรวจ ทหาร ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ของรัฐ พนักงานราชการ หรือลูกจ้าง
ซึ่งต้องประสบภัยทุพลภาพในขณะปฏิบัติราชการในหน้าที่ตามปกติ หรือประทุษร้ายเพราะเหตุการกระทาการตามหน้าที่ หรือต้องบาดเจ็บถึงตายเพราะเหตุนั้นซึ่งได้รับบาเหน็จบำนาญพิเศษตามกฎหมาย ว่าด้วยบำเหน็จบำนาญขข้าราชการ หรือได้รับเงินค่าทำขวัญ ตามข้อบังคับกระทรวงกลาโหมว่าด้วยคนงาน หรือได้รับบำเหน็จพิเศษ ตามระเบียบกระทรวงการคลัง ว่าด้วยบำเหน็จลูกจ้าง เพิ่มร้อยละ 6 ของคะเเนนเต็ม
บุตรของข้าราชการตารวจ ทหาร ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ของรัฐ พนักงานราชการ หรือลูกจ้าง ซึ่งประสบอันตรายถึงทพพลภาพในขณะปฏิบัติราชการในหน้าที่ทางยุทธการ หรือถูกประทุษร้าย เพราะเหตุกระทำการตามหน้าที่ ตามข้อ 4.2 หรือต้องบาดเจ็บถึงตายเพราะเหตุนั้นซึ่งได้รับบาเหน็จบานาญพิเศษ ตามกฎหมาย ว่าด้วยการบาเหน็จบำนาญข้าราชการหรือได้รับเงินค่าทำขัวญ ตามข้อบังคับกระทรวงกลาโหมว่าด้วยคนงานหรือ
ได้รับบำเหน็จพิเศาตามระเบียบกระทรวงการคลัง ว่าด้วยบำนาญลูกจ้าง หรือบุตรของผู้ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีศักดิ์รามาธิบดี หรือเหรียญ หรือเข็มกล้าหาญ เพิ่มร้อยละ 10 ของคะเเนนเต็ม

4.บุตรของข้าราชการตำรวจ ทหาร ที่ได้ปฏิบัติหน้าที่ในการปราบปรามโจรผู้ร้ายจนถึงแก่ทุพพลภาพหรือถึงเเก่ชีวิต หรือผู้ที่ได้ช่วยเหลือราชการในการปราบปรามโจรผู้ร้ายจนถึงเเก่ทุพพลภาพหรือถึงเเก่ชีวิต ซึ่งได้รับรองจจากสานักงานตารวจเเห่งชาติ เพิ่มให้ร้อยละ 10 ของคะเเนนเต็ม
การเพิ่มคะเเนนพิเศษ ตามข้อ 4.1 และ 4.2 ให้เพิ่มคะเเนนหลังจากสอบผ่านภาควิชาการ
การเพิ่มคะเเเนนพิเศษ ตามข้อ 4.3 และ 4.4 ให้เพิ่มคะเเนนพิเศษในภาควิชาการเท่านั้น
กรณีผู้ได้รับสิทธิการเพิ่มคะเเนนพิเศษหลายกรณีให้เพิ่มเฉพาะกรณีที่ได้คะเเนนมากที่สุดเพียงกรณีเดียว
(การพิจารณาให้สิทธิพิเศษตามหลักฐานดังกล่าวข้างต้นปฏิบัติตามประมวลระเบียบการตำรวจไม่เกี่ยวกับคดี )

การสอบคัดเลือก
การสอบคัดเลือกกระทำเป็นสองรอบ ดังนี้

1.การสอบรอบเเรก เป็นการสอบข้อเขียน วิชาที่สอบ ได้เเก่ วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ ภาษาอังกฤษ ภาษาไทยเเละสังคมศึกษา ขอบเขตที่สอบเนื้อหาวิชาครอบคลุทความรู้ระดัย ช่วงชั้นที่ 3 (มัธยมศึกษาปีที่ 1-3) ตามหลักสูตรของกระทรวงศึกษาธิการ มีรายละเอียดดังนี้
1.1 วิชาวิทยาศาสตร์ (คะเเเนนเต็ม 200 คะเเนน)
1.2 วิชาคณิตศาสตร์ (คะเเเนนเต็ม 200 คะเเนน)
1.3 วิชาภาษาอังกฤษ (คะเเเนนเต็ม 150 คะเเนน)
1.4 วิชาภาษาไทยและวิชาสังคมศึกษา (คะเเเนนเต็ม 150 คะเเนน)
โรงเรียนนายร้อยตารวจ จะคัดเลือกผู้ที่สอบข้อเขียนผ่าน โดยคัดเลือกจากผู้ที่ได้คะเเนนข้อเขียนสูงสุดลงมาตามลาดับไว้จานวนหนึ่งแล้วประกาศรายชื่อเพื่อให้เข้าสอบรอบสองต่อไป

2.การสอบรอบสอง เป็นการตรวจสอบร่างกาย ตรวจสอบประวัติ สอบพลศึกษา สอบสัมภาษณ์ และวัดขนาดร่างกายมีรายละเอียดดังนี้
2.1 การตรวจร่างกายและการตรวจสอบประวัติ
ผู้สมัครจะต้องเข้ารับการตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลตารวจ ตามวัน เวลาที่จะประกาศให้ทราบ ผู้ไม่ไปรับการตรวจร่างกายถือว่าสละสิทธิ
ผลการตรวจร่างกายถือความเห็นของคณะกรรมการเเพทย์จากโรงพยาบาลตารวจ ที่สานักงานตารวจเเห่งชาติตั้งเเต่เป็นเด็ดขาด ไม่รับพิจารณาผลการตรวจร่างกายที่ผู้สมัครได้รับการตรวจ หรือได้รับใบรับรองผลการการตรวจโรคจากที่อื่นมาเเสดง
นอกจากการตรวจร่างกายแล้วจะมีการฉาย X-RAY ตรวจโลหิต ตรวจปัสสาวะและอื่นๆ ผู้สมัครจะต้องชาระค่าตรวจร่างกายตามที่คณะกรรมการเเพทย์กำหนด ในกรณีที่เเพทย์ต้องตรวจพิเศษ นอกเหนือจากการตรวจธรรมดาผู้รับการตรวจ จะต้องออกค่าใช้จ่ายเอง
ในวันตรวจร่างกายจะทำการพิมพ์ลายนิ้วมือของผู้สมัคร เพื่อตรวจสอบประวัติไปยังกองทะเบียนประวัติอาชญากรสานักงานตำรวจเเห่งชาติ และยังต้องไปตรวจสอบไปยังสถานีตารวจ
ท้องที่ที่ผู้สมัครมีภูมิลำเนาอยู่อีกทางหนึ่งด้วยหากผู้ใดมีประวัติถูกลงโทษหรือมีความประพฤติไม่ดีตามกำหนดไว้ในเรื่องคุณสมบัติ จะถูกตัดสิทธิไม่ให้เป็นผู้สอบคัดเลือกได้

คำเตือน
1.ในตอนเช้าวันตรวจร่างกาย ไม่ควรรับประทานอาหารหวานจัด เพราะอาจทาให้ตรวจพบน้าตาลในปัสสาวะ
2.ก่อนตรวจร่างกายห้ามรับประทานยาแก้ไอทุกชนิด หรือยากระตุ้นกาลัง ซึ่งอาจก่อให้เกิดความผิดปกทางหัวใจและหลอดเลือดได้
3.ห้ามผู้สมัครใส่ CONTACT-LENS ไปตรวจสายตา
 

การสอบพลศึกษา
เป็นการทดสอบสมรรถภาพร่างกาย มีคะเเนนเต็มรวม 50 คะเเนน คะเเนนที่จะได้ลดหลั่นกันลงมาตามลาดับ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการทดสอบเเต่ละประเภทที่ผู้สอบปฏิบัติได้สาเร็จหรือจานวนครั้งที่ปฏิบัติ สาหรับผู้ที่ได้คะเเนนรวมจาการทดสอบทุกประเภทต่ากว่า 20 คะเเนน หรือว่ายน้า 50 เมตร หรือวิ่ง 1000 เมตร ไม่ถึงเวลาไม่ได้ตามที่กาหนดถือว่าสอบตกให้คัดออก (คะเเเนนผลการสอบพลศึกษาจะไม่นาไปรวมกับคะเเนนการสอบข้อเขียน )
ผู้เข้าสอบจะต้องทาการสอบให้ครบทุกประเภท ถ้าขาดสอบประเภทใดประเภทหนึ่ง ถือว่าสอบตกและจะตัดสิทธิไม่รับเข้าเป็นนักเรียนเตรียมทหาร โดยไม่คานึงถึงคะเเนนสอบข้อเขียน ประเภทที่สอบและเกณฑ์การให้คะเเนนดังนี้
1. ดึงข้อราวเดี่ยว
ท่าเตรียม ให้ผู้ทดสอบจับข้อราวเดี่ยวแบบคว่าการอบ ปล่อยตัวให้ตรงจนเเขน ลาตัว และขาเหยียดตรง
ท่าปฏิบัติ ให้ผู้ทดสอบทาท่าต่อจากท่าเตรียม โดยงอเเขนดึงตัวขึ้นจนคางอยู่เหนือราว แล้วปล่อยตัวลงสู่ท่าเตรียมกระทาติดต่อกันให้ได้จานวนครั้งมากที่สุด ห้ามเเกว่งเท้าหรือเตะขา หรือหยุดพักระหว่างครั้งนานเกินกว่า 3-4 วินาที หรือไม่สามารถดึงขึ้นพ้นราวได้ 2 ครั้งติดต่อกัน หรือดึงไม่พ้น ให้หยุดการทดสอบ
ถ้าทาได้ 16 ครั้ง จะได้คะเเนนเต็ม
2. ลุกนั่ง 30 วินาที
ท่าเตรียม ผู้ทดสอบนอนหงาย เข่าทั้งสองงอเป็นมุมฉาก เท้าทั้งสองวางห่างกันพอประมาณ ฝ่ามือทั้งสองประสานกันที่ท้ายทอย ผู้ช่วยคุกเข่าอยู่บนปลายเท้าของผู้ทดสอบโดยเอามือทั้งสองกดข้อเท้าของผู้ทดสอบไว้ให้ส้นเท้าติดพื้น
ท่าปฏิบัติ เมื่อได้ยินสัญญาณเริ่ม ให้ผู้ทดสอบลุกขึ้นสู่ท่านั่งพร้อมกับก้มศีรษะลงระหว่างเข้าทั้งสองให้เเขนทั้งสองเเตะกับเข่าแล้วกลับลงนอนสู่ท่าเตรียมจนศอกเเตะกับพื้น ทาเช่นนนี้ติดต่อกันให้ได้จานวนครั้งมากที่สุดภายใน 30 วินาทีในขณะปฏิบัตินิ้วมือประสานที่ท้ายทอยตลอดเวลา และขณะที่ลุกขึ้นมาสู่ท่านั่งห้ามเอนตัวไปมา
ถ้าทำได้ 25 ครั้ง จะได้คะเเนนเต็ม
3. นั่งงอตัว
ท่าเตรียม ผู้เข้ารับการทดสอบลงนั่งบนเบาะ ลักษณะเหยียดขา เข้าตึง ฝ่าเท้าเเนบชิดเครื่องวัด ความอ่อนตัว
ท่าปฏิบัติ เมื่อพร้อม ให้ผู้เข้ารับการทดสอบเหยียดเเขนตรง คว่าฝ่ามือขนานกับพื้นแล้วค่อยๆ ก้มตัวไปด้านหน้า ให้มืออยู่บนระดับไม้วัดจนไม่สามารถก้มต่อไปได้ ( ห้ามโยกหัว หรืองอตัวเเรงๆ เพราะอาจทาให้กระดูกสันหลังเป้นอันตราย ) แล้วค้างไว้ 3 วินาที วัดระยะจากเส้นดิ่ง ตรงปลายเท้ากับปลายมือ บันทึกระยะเป็นเซนติเมตร ถ้าเหยียดเลยปลายเท้าให้บันทึกค่าเป็น บวก ถ้าไม่ถึงปลายเท้าให้บันทึกค่าเป็น ลบ ทดสอบ 2 ครั้ง บันทึกคะเเนนครั้งที่ดีที่สุด
ถ้าทาได้ 20 เซนติเมตร จะได้คะเเนนเต็ม
4. วิ่งระยะสั้น ( 50 เมตร )
ท่าเตรียม ผู้ทดสอบยืนอยู่หลังเส้นในลู่วิ่งของตนเอง พร้อมจะปฏิบัติ
ท่าปฏิบัติ เมื่อได้ยินสัญญาณ ให้ผู้ทดสอยเริ่มวิ่งอย่างเร็วออกจากเส้นเริ่มจนผ่านเส้นชัย
ถ้าทาได้ไม่เกิน 6.5 วินาที จะได้คะเเนนเต็ม
5. วิ่งระยะไกล ( 1000 เมตร )
ท่าเตรียม ผู้ทดสอบยืนหลังเส้นเริ่ม เตรียมตัวปฏิบัติ
ท่าปฏิบัติ เมื่อได้ยินสัญญาณ ให้ผู้ทดสอบเริ่มวิ่งจากเส้นเริ่มไปตามทางวิ่งจนสิ้นสุดระยะทางโดยผ่านเส้นชัย
ถ้าทาเวลาได้ไม่เกิน 3.22 วินาที จะได้คะเเนนเต็ม
ผู้ที่ทดสอบวิ่งระยะไกลทาเวลาเกินกว่า 5 นาที 22 วินาที หรือวิ่งไม่ถึง จะไม่รวมคะเเนนการสอบพลทุกประเภท และถือว่าสอบพลศึกษาตก
6. ยืนกระโดดไกล
ท่าเตรียม ผู้สอบยืนบนพื้นเรียบหลังเส้นกระโดด ปลายเท้าทั้งสองชิดเส้น หันหน้าไปทางทิศทางที่จะกระโดด
ท่าปฏิบัติ เมื่อได้ยินสัญญาณให้เริ่มปฏิบัติ ให้ผู้ทดสอบ กระโดดไปข้างหน้าให้ได้ระยะไกลที่สุด ( โดยใช้การเเกว่งเเขนช่วย ) วัดระยะการกระโดดจากเส้นกระโดดไปยังจุดที่ส้นเท้าลงบนพื้นไกลเส้นเริ่มต้นมากที่สุด
ถ้ากระโดดได้ไกล 2.40 เมตร จะได้คะเเนนเต็ม
7. ว่ายน้า 50 เมตร
ท่าเตรียม ผู้ทดสอบยยืนที่ขอบสระพร้อมจะปฏิบัติ
ท่าปฏิบัติ เมื่อได้ยินสัญญาณ ให้ผู้ทดสอบพุ่งตัวลงสระว่ายน้าแล้วว่ายโดยเร็ว จนถึงขอบสระที่เป็นเส้นชัย ถือเอาส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกายเเตะขอบสระที่เป็นเส้นชัย
ถ้าทาได้ไม่เกิน 40 วินาที จะได้คะเเนนเต็ม
ผู้ที่สอบว่ายน้า ทาเวลาเกินกว่า 1 นาที 20 วินาที หรือว่ายไม่ถึงเส้นชัย จะไม่นวมคะเเนนการสอบพลทุกประเภท และถือว่าสอบพลศึกษาตก
8. วิ่งกลับตัว ( วิ่งเก็บของ )
ท่าเตรียม ผู้ทดสอบยืนอยู่หลังเส้นเริ่ม พร้อมปฏิบัติ
ท่าปฏิบัติ เมื่อได้ยินสัญญาณ ให้ผู้ทดสอบวิ่งอย่างเร็วจากเส้นเริ่มไปหยิบท่อนไม้ ท่อนที่ 1 ซึ่งวางอยู่ภายในรัศมี 1 ฟุต กลับมาวางภายในวงกลมหลังเส้นเริ่ม ( ห้ามโยนท่อนไม้ ถ้าวางไม่เข้าวงกลมต้องเริ่มต้นใหม่ ) แล้วกลับตัววิ่งไปหยิบท่อนไม้ท่อนที่ 2 แล้ววิ่งผ่านเส้นเริ่มต้นไปโดยไม่ต้องวางไม้ท่อนที่ 2 ลง

ถ้าทำเวลาได้ภายใน 10.00 วินาที จะได้คะเเนนเต็ม
การวัดขนาดร่างกายและการสอบสัมภาษณ์ เป็นการพิจารณารูปร่าง ลักษณะท่าทาง ความสมบูรณ์ของร่างกาย ความองอาจว่องไวและปฏิภาณไหวพริบ ตลอดจนคุณลักษณะอื่นๆ ที่เหมาะสมเข้าจะเป็นข้าราชการตารวจชั้นสัญญาบัตร

ผลการสอบถือเกณฑ์ “ได้” หรือ “ตก” เท่านั้นไม่มีคะเเนน ผู้ที่สอบตกหมายถึง ผู้ที่มีลักษณะอย่างใดอย่างหนึ่งไม่เหมาะสมที่จะเป็นข้าราชการตารวจชั้นสัญญาบัตร และจะตัดสิทธิไม่รับเข้าเป็นนนักเรียนเตรียมทหารโดยไม่คานึงถึงคะเเนนสอบข้อเขียน
ในวันสอบสัมภาษณ์จะทาการวัดขนาดร่างกายของผู้สมัครด้วย หากผู้สมัครมีร่างกายไม่ได้ขนาดตามที่กาหนดไว้จะหมดสิทธิสอบสัมภาษณ์ทันที



2.นายร้อยตำรวจหญิง การรับสมัครสอบมี 2 ประเภท
คุณสมบัติโดยสังเขป

  • บุคคลภายนอก อายุ16- 21 ปี
  • ข้าราชการตำรวจ  อายุ ไม่เกิน 25 ปี เป็นข้าราชการตำรวจหญิงอยู่แล้วและเป็นรับราชการตำรวจมาแล้ว 1 ปี
-การศึกษา ม.6 หรือเทียบเท่า ทุกสาย
-สูง 160 ซม.  ขึ้นไป
-สายตาไม่สั้น เกินกว่ากำหนด ประมาณ 50-100
-เป็นหญิงโสด

วิชาที่ใช้สอบ คณิต เนื้อหา ม. 4 5 6    คะแนนเต็ม     200 คะแนน
                   วิทยฯเนื้อหา ม. 4 5 6    (ฟิสิก + เคมี)   200 คะแนน
                   ภาษาไทย   ม.ปลาย                          200 คะแนน 
                   ภาษาอังกฤษ ม.ปลาย                        200 คะแนน
สอบรอบสอง    มีตรวจร่างกาย   ตรวจสุขภาพที่ รพ.ตำรวจ
สอบประวัติ      สอบประวัติอาชญากรรม
สอบพละศึกษา ว่ายน้ำ 50 เมตร วิ่ง 1000 เมตร

คะแนนเพิ่มพิเศษ
1. เป็นบุตรโดยกำเนิดของข้าราชการตำรวจ หรือบุคคลซึ่งถึงแก่กรรม หรือได้รับบาดเจ็บทุพพลภาพ หรือสูญหายตามระเบียบของกระทรวงมหาดไทยเนื่องจากปฏิบัติราชการ หรือช่วยเหลือราชการปราบโจรผู้ร้าย
2. เป็นผู้ได้รับเหรียญกล้าหาญ  หรือเป็นบุตรโดยกำเนิดของผู้ได้รับเหรียญกล้าหาญ
3 . เป็นบุตรโดยกำเนิดของผู้ที่เป็น  หรือเคยเป็นผู้บังคับบัญชา หรือครูอาจารย์ในโรงเรียนนายร้อยตำรวจ หรือสถานศึกษาอื่นใดของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งมีหลักฐานลงประวัติว่าได้สอนมาแล้วไม่น้อยกว่า 3 ปี และปีหนึ่งต้องทำการสอนมาแล้วไม่น้อยกว่า 4 ชั่วโมง
4. เป็นบุตรโดยกำเนิดของข้าราชการตำรวจ 
  • ข้อ 1  2  3 เพิ่มให้  25  คะแนน    ข้อ 4 เพิ่มให้  10 คะแนน
  • การคิดคะแนนเพิ่ม ตามข้อ1  2  3ถ้าผู้มีสิทธิได้รับคะแนนพิเศษตามหลักเกณฑ์หลายกรณีได้รับกรณีเดียว และเมื่อรวมกับ ข้อ 4 แล้วไม่เกิน 35 คะแนนโดยนำคะแนนที่ได้รับเพิ่มไปรวมก่อนประกาศผลสอบรอบสุดท้าย
ที่มาข้อมูลข่าวสาร โรงเรียนนายร้อยตำรวจ